Adventure

Percy Jackson: Sea of Monsters (2013) เพอร์ซี่ย์ แจ็คสัน กับอาถรรพ์ทะเลปีศาจ

1378564290

การกลับมาคำรบ 2 ของ Percy Jackson นี่ถือเป็นการแก้มือครั้งสำคัญครับ เพราะถ้าแก้สำเร็จเราคงได้ดูภาค 3 – 4 – 5 และดีไม่ดีก็จะลากไปถึงชุดภาคต่อถัดไป (ที่แฟนนิยายน่าจะอ่านกันไปหมดแล้ว)

แต่ดูจากที่หนังเป็นอีกทั้งรายได้แล้ว… สงสัยฉบับหนังคงสุดอยู่แถวๆ ภาคนี้นี่แหละครับ

คราวนี้เพอร์ซี่ย์ แจ็คสัน (Logan Lerman) บุตรแห่งเทพโพไซดอนต้องผจญภัยอีกหน หลังจากค่ายมนุษย์กึ่งเทพ (Half-Blood) โดนปีศาจร้ายจากภายนอกบุกมาสร้างความเสียหาย ทำให้เขากับผองเพื่อนอย่างโกรเวอร์ (Brandon T. Jackson), แอนนาเบธ (Alexandra Daddario) และไทสัน (Douglas Smith) ลูกครึ่งไซคลอปส์ (ที่เป็นพี่น้องกับเพอร์ซี่ย์) ต้องออกเดินทางไปยังแดนทะเลอาถรรพ์เพื่อตามหาขนแกะทองคำในตำนาน

ว่าตามจริงภาคนี้ก็ดูได้เพลินๆ ตามสไตล์หนังแฟนตาซีผจญภัย อะไรต่อมิอะไรก็ดูลื่นและน่าสนใจกว่าภาคแรก ใช่ครับ ถ้าถามว่าภาคนี้สนุกกว่าภาคแรกไหมก็ตอบได้ว่าสนุกกว่านิดนึง แต่ถ้าเทียบกับหนังแฟนตาซีสไตล์เดียวกันก็คงต้องขอใช้คำว่า “ยังสนุกได้อีกเยอะ “

จริงๆ ภาคนี้เดินเรื่องเร็วดีนะครับ แต่บางทีก็เร็วเกินไป ไม่ค่อยมีเวลาเร้าอารมณ์ผู้ชม ปัญหาจากภาคแรกที่หนังชุดนี้ยังไม่ค่อยดึงคนดูให้จมสู่โลกของเพอร์ซี่ยก็เหมือนจะยังมีอยู่ครับ ดูแล้วก็ยังไม่อินเท่าที่ควร ทั้งที่ภาคนี้จับประเด็นน่าจะเวิร์คตั้งหลายอย่าง ไม่ว่าจะตำนานขนแกะทองคำ, สามเหลี่ยมเบอร์มิวดา หรือโครนอส มหาเทพ แต่การเล่ากลับออกมาแบบธรรมดา ไม่ตื่นเต้นเท่าที่ควร

ซึ่งอันนี้เป็นอะไรที่รู้สึกเสียดายตั้งแต่ภาคแรก เพราะหลายปมที่เพิ่งกล่าวถึงในภาคนี้ จริงๆ นิยายก็มีการเกริ่นให้คนดูแอบเก็ทตั้งแต่เล่มแรกแล้วครับ แต่หนังกลับไม่กล่าวถึง ทำให้จุดเชื่อมภาคแรกกับภาคนี้ให้เป็นเนื้อเดียวกันนั้นไม่ค่อยมีเท่าไร

การผจญภัยจะว่าไปก็เรื่อยๆ ครับ ตื่นเต้นบ้างอะไรบ้างแต่ก็ยังไม่สุด ยิ่งตอนรบกับมหาบอสประจำตอนนั่นก็ดูธรรมดาพิกล ส่วนหนึ่งอาจเพราะเราเคยเจอโครนอสแบบจัดเต็มมาแล้วใน Wrath of the Titans ทำให้โครนอสเวอร์ชั่นเพอร์ซี่ย์นี่ดูเบบี๊ไปเลย

โดยส่วนตัวแล้วผมว่าปัญหาของภาคนี้ก็คือปัญหาเดิมๆ จากคราวก่อนน่ะครับ คือบทมันยังไม่น่าสนใจพอ ยังไม่สามารถเขียนแล้วจับใจความ หรือจับ “เสน่ห์ของนิยาย Percy Jackson” มาบอกเล่าในฉบับหนังได้ เพราะจริงๆ นิยายชุดนี้สนุกนะครับ ซึ่งการเอา “ตำนานและเรื่องราวของเทพมาผนวกเข้ากับโลกปัจจุบันแบบแนบเนียนและสร้างสรรค์” นั่นคือจุดสนุกที่ทำให้คนอ่านมันส์เวลาจินตนาการและผูกเรื่องราว เหมือน Harry Potter เคยทำให้เราเชื่อว่าอาจมีพ่อมดแม่มดมาเดินเล่นหน้าบ้าน ซึ่งนิยาย Percy นี่ก็พอกันครับ มันทำให้เรารู้สึกเหมือนเทพอยู่ปะปนกับเรา และเรื่องลึกลับบางอย่างที่เกิดในโลกที่แท้ก็มีเหล่าเทพอยู่เบื้องหลัง อะไรประมาณนี้… แต่น่าเสียดายที่หนังยังไปไม่ถึงจุดนั้น

จริงๆ องค์ประกอบส่วนใหญ่ของหนังนั้นไม่มีปัญหาครับ ดารานี่ผมว่าลื่นนะ ไม่ว่าจะหน้าเดิมอย่าง Lerman, Daddario หรือ Jackson (โดยเฉพาะรายหลังนี่ฮาใช้ได้) ส่วนหน้าใหม่อย่างคลาริส (Leven Rambin) ก็ดูเหมาะกับบทดีครับ (แม้จะไม่ตรงกับที่นึกไว้ในนิยายก็ตาม) ส่วนบทไครอนก็เปลี่ยนตัวแสดงจาก Pierce Brosnan มาเป็น Anthony Head ที่แฟนซีรี่ส์ Buffy คงจำกันได้ ก็แอบขำครับประมาณว่าพี่แกเลิกเป็นผู้ดูแลให้บัฟฟี่แล้วมาดูแลเพอร์ซี่ย์แทน 555 ซึ่งเขาก็เล่นได้พอดีและดูห่วงใยเพอร์ซี่ย์จริงๆ

งาน Effect อาจไม่เนียนเต็มร้อย ฉากต่อสู้ก็อาจไม่เวิร์กเต็มที่ แต่ก็นั่นล่ะครับ จุดอ่อนเหล่านั้นถือว่ายังพอรับได้ แต่มีเรื่องบทนี่แหละที่น่าเสียดายจริงๆ

ก็แล้วแต่ความชอบนะครับ หากชอบแนวแฟนตาซีดูเพลินๆ มี Effect และอภินิหารพร้อมกับอารมณ์ขัน Percy Jackson ภาคใหม่นี่ก็อาจตอบสนองความสนุกได้ในระดับหนึ่ง เพียงแต่อย่าคาดหวังมากเกินไปก่อนดูแล้วกันครับ

สองดาวครับ

Star21

(6/10)

Advertisements