Action

Eraser (1996) อีเรเซอร์ คนเหล็กพยัคฆ์ร้ายพระกาฬ

KeyArt

บางเรื่องเขียนยาวได้ แต่เรื่องนี้นึกไปนึกมาแม้จะเป็นหนังใหญ่ เก่า และดาราดังๆ แสดง แต่ไม่เขียนยาวดีกว่า เพราะมันไม่มีอะไรเท่าไร อิอิอิ คงจะทำได้แค่เขียนคำว่าแอ็กชันๆๆๆๆๆ วนกันไปเรื่อยๆ น่ะแหละ ฮ่าๆๆ

นี่คือหนังบู๊แหลกโม้แบบกระจุยของพี่บึ้กนักบู๊ Arnold Schwarzenegger ในบทจอห์น ครูเกอร์ เจ้าหน้าที่หน่วยผู้ตรวจการสหรัฐฉายา อีเรเซอร์ หรือนักลบล้าง ที่มีหน้าที่พิทักษ์พยานในคดีสำคัญ ยุทธวิธีของเขาคือ แกล้งสร้างเหตุการณ์ให้ใครๆ นึกว่าพยานตายไปแล้วเพื่อจะได้พาพยานไป เปลี่ยนชื่อเปลี่ยนแซ่ ลบตัวตนเดิมทิ้งไปเพื่อเริ่มชีวิตใหม่

แล้วพยานรายล่าสุดที่เขาต้องช่วยคือ ลี คัลเลน (Vanessa Williams) เจ้าหน้าที่ในบริษัทไซเรส คอร์เปอร์เรชัน ที่สร้างอาวุธป้อนให้กระทรวงกลาโหมอยู่ แต่เธอก็พบเงื่อนงำบางอย่างว่าบริษัทกำลังจะทำอาวุธส่งมอบให้ผู้ก่อการร้าย งานนี้เธอเลยโดนเก็บแน่นอนครับ จนจอห์นต้องมาช่วยปกปิดร่องรอยให้

แต่เรื่องไม่ยอมจบ เพราะไปๆ มาๆ คนในหน่วยของจอห์นนั่นแหละที่คิดคด ร่วมมือกับพวกค้าอาวุธนี่ ซึ่งคนทำชั่วก็ไม่ใช่ใคร แต่เป็นรุ่นพี่ที่เป็นเสมือนอาจารย์ของเขา โรเบิร์ต เดอกูริน (James Caan) ที่หมายเก็บเขาและพยานให้หมดสิ้นไป แต่มีหรือที่จอห์นจะยอม งานนี้ก็เลยอุดมไปด้วยฉากหนี ไล่ล่า การระเบิด และการยิงปืนที่สนั่นแก้วหู

เฮ่อๆๆ หนังบู๊ของพี่บึ้ก Arnold เรื่องนี้มันโม้เหลือหลายเลยครับพี่น้อง ผมยังจำฉากสำคัญได้ พี่แกร่วงลงมาจากเครื่องบิน โดยร่มชูชีพพันตัวอยู่ แต่ลงมาแกก็รอดได้ ถ้าถามว่าลุ้นมั้ยตอนดู ผมลุ้นนะ แต่รู้ทั้งรู้ว่าแกต้องรอด แต่แกจะรอดได้อย่างไร พอถึงฉากแกถึงพื้นเท่านั้นแหละ ถอนหายใจเลย เพราะพี่แกรอดมาแบบไม่น่าจะรอดได้ ร่วงลงมาขนาดนั้น แกก็พยายามแก้เชือกแก้ร่มชูชีพ แต่ตอนแกแก้น่ะตัวจะถึงพื้นอยู่แล้วค่อยแก้ได้ แล้วร่มมันจะช่วยอะไรฟะ… แต่ในหนังมันช่วยได้ครับ ลงมาปุ๊ใส่รถ รถกระจกกระจายเลย

โม้มากพี่

ไหนจะฝ่าเขี้ยวจระเข้ได้ กระสุนปืนกระจายก็เล่นแกไม่ได้ แหม คนเหล็กแท้ๆ (ก็แกเป็นอยู่นี่เน้อะ)

Eraser 1

แต่ท่านทราบไหมครับว่าตอนแรกน่ะ หนังไม่ใช่แบบนี้เลยนะ บทดั้งเดิมน่ะเขียนไว้เป็นแนวทริลเลอร์เฉือนคม ตัวเอกที่เขาจะให้มาเล่นคือ Robert De Niro เพราะจะให้เรื่องราวมันประมาณว่าพระเอกของเราเจอเรื่องหักหลัง เลยต้องพาพยานหนี ระหว่างนั้นก็สืบความจริงแบบใช้กึ๋น บู๊แต่พองาม แต่เผอิญ Chuck Russell ผู้กำกับที่ชื่อกำลังร้อน (ในตอนนั้น) จาก The Mask เกิดมาเจอ พี่บึ้กของเราเข้า แล้วก็ออกปากว่าอยากทำหนังกันสักเรื่อง ก็พอดีเจอบทหนังเรื่องนี้เลยเอามาดัดแปลงให้เหมาะกับพี่บึ้ก (คงไม่ต้องบอกน่ะครับว่าแปลงไปแค่ไหน ได้ข่าวว่าระหว่างถ่ายทำก็ดัดแปลงกันไป จนงบบานปลาย จาก 70 ล้านเป็น 100 จนได้)

หนังก็ออกมามันส์น่ะครับ เอาสนุกได้เพลินๆ แม้หนังจะยาวไปนิดตั้งเกือบสองชั่วโมง เลยทำให้มีช่วงอืดๆ บ้างตอนกลางเรื่อง แต่ไม่มากครับ เพราะมีฉากบู๊มาเสิร์ฟเพียบไปหมด พักแค่แป๊บเดียวเท่านั้นเอง

พี่บึ้กของเราก็ตามเคยครับ เล่นแบบเดิมๆ แต่ไม่มีปัญหา แกเล่นได้มีอารมณ์ขันแจมด้วย ก็โอเค, Caan ก็เก่งตามเคยครับ ขานี้เล่นหนังดี แต่แกออกจะอารมณ์ร้อนไปหน่อย จงใจร้ายแบบออกนอกหน้าไปนิด ถ้าแกร้ายลึกอาจจะเข้าท่ากว่านี้น่ะครับ, Williams ก็ไม่ต้องทำอะไรมากมาย มาสวย มากรี๊ด มาวิ่งแล้วก็จบ แล้วเรายังได้เจอ James Coburn ในบทหัวหน้าใหญ่ขององค์กรผู้ตรวจการที่จอห์นทำอยู่ แล้วก็ James Cromwell มาสมทบบทเล็กๆ เป็นผู้บริหารของบริษัทไซเรส

ส่วนคนที่เป็นชูรสอร่อยได้ก็มี Robert Pastorelli ในบท จอห์นนี่ คาสเตลีโอเน่ พยานที่จอห์นช่วยตอนต้นเรื่อง พี่แกพล่ามได้ดีทีเดียวครับ อีกคนก็ Joe Viterelli เป็นโทนี่ ทูโท เจ้าพ่อที่มาช่วยจอห์นกับจอห์นนี่ในตอนท้าย

เอาเป็นว่าถ้าคุณอยากดูหนังเอามันส์ แอ็กชันทั้งเรื่องแบบไม่ต้องคิดมากมายให้หนักหัว เรื่องนี้ได้เลยครับ ผมไม่รู้จะพูดอะไรเหมือนกัน เพราะถ้าถามว่าหนังมันดีเต็มที่ไหน มันก็ไม่หรอกครับ ถ้าถามว่าผมชอบมาไหม ก็ไม่มากหรอก แต่มันมีดีตรงแอ็กชันที่ถึงใจในปริมาณที่มากพอได้ จะเอาอะไรมากมายล่ะเน้อะ

เลยให้สองดาวกว่าๆ ค่าความมันส์ครับ

Star21

(6.5/10)

 

Advertisements