รีวิวหนัง/ภาพยนตร์

ผีไม้จิ้มฟัน (2007) Vow of Death

poster4b

หนังไทยเรื่องนี้แปลกตั้งแต่ชื่อแล้วครับ ผีไม้จิ้มฟัน ผมก็คิดไปไกลเลยว่า มันจะมีผีมาสิงที่ไม้จิ้มฟันหรืออย่างไร ประมาณว่ามีคนใช้ไม้จิ้มแล้วแทงเหงือกจนตาย แล้ววิญญาณก็มาสถิตย์ในไม้หรือเปล่า

ก็คิดไปไกลล่ะครับ และถ้ามันเป็นไปตามที่ผมคิดก็คงจะเป็นหนังที่ติงต๊องขนานหนักเลยล่ะ… แต่โชคดีที่มันไม่ต๊องขนาดนั้น

พล็อตว่าด้วยนักศึกษากลุ่มหนึ่งยกทีมกันไปบนบานศาลกล่าว ขอให้ตัวเองสมหวังกับเจ้าพ่อต้นไทร ซึ่งมีคำร่ำลือว่าเฮี้ยนจัด ขออะไรให้หมด แต่มีข้อแม้คือจะต้องทำการแก้บน ไม่เช่นนั้นจะเกิดเหตุเภทภัยให้มีอันเป็นไป

จริงๆ แล้วแค่แก้บนน่ะไม่มีปัญหาหรอกครับ เพียงซื้อของมาถวายก็จบเรื่อง แต่เรื่องมันเกิดเพราะ พอหนุ่มๆ จะยกขบวนกันไปแก้… ต้นไทรดันไม่อยู่ซะแล้ว… งานนี้ซวยล่ะครับ เลยต้องรีบตามหาว่าต้นไม้น่ะไปอยู่ที่ไหน หรือแปรสภาพกลายเป็นอะไรไปแล้ว จะได้ตามไปแก้บนได้ถูก ซึ่งกว่าจะแก้ได้ก็เล่นเอาอ่วมและสยองกันไปตามๆ กัน และหนังยังมีความซับซ้อนอีกเล็กน้อยด้วยในตอนท้าย

ตัวหนังกลายเป็นว่าโอเคกว่าที่คิด สิ่งที่ต้องทำใจหน่อยคือนักแสดงครับ พวกหน้าใหม่นั้นไม่ค่อยมีอะไรให้จดจำนัก ยิ่งมาเจอคุณฉัตรชัย เปล่งพานิช แสดงในบทเจ้าพ่อต้นไทรแล้ว ยิ่งโดนข่มด้วยรัศมีไปกันใหญ่ แล้วก็ยังมีพี่อี๊ด โปงลางสะออนมาขโมยซีนอีก พวกหนุ่มๆ ที่จริงๆ น่าจะเป็นพระเอกเลยโดนกลืนไปกันหมด ทำให้ในบรรดานักแสดงหน้าใหม่คนที่เด่นจริงๆ กลายเป็นน้องแอนนา ปรางค์ทิพย์ เศวตประสาธน์ที่มาเล่นเป็นน้องเบลล์ ผู้หญิงคนเดียวในเรื่องแทน เธอก็น่ารักดีครับ แต่บทก็ไม่ได้ส่งเท่าไร เสียดายอยู่นิดๆ

ส่วนเนื้อหานั้นมีอะไรมากกว่าที่คิดครับ ตอนแรกๆ ก็เหมือนเด็กกลุ่มหนึ่งบนแล้วลืมแก้จนเกิดเรื่อง แต่พอเดินเรื่องไปเรื่อยๆ ก็เริ่มมีปมความซับซ้อนเกี่ยวกับเจ้าพ่อต้นไทรมากขึ้น ก่อนที่เรื่องจะมาบรรจบกันพอดี อันนี้ก็ไม่เลวน่ะครับ อารมณ์เหมือนประมาณ The Frighteners น่ะ ประเภทตอนแรกก็ดูมีพล็อตรองพล็อตหลักผสมกันเต็มไปหมด แต่พอตอนจบทุกพล็อตก็มาเกี่ยวเนื่องเป็นเรื่องเดียวกันพอดี ซึ่งบางคนอาจบอกว่าคนทำมักง่าย แต่ผมว่าก็ไม่ใช่เรื่องแปลกล่ะครับที่จะมีการผูกเรื่องแบบนี้ เป็นการเล่าเรื่องรูปแบบหนึ่งน่ะครับ และในผีไม้จิ้มฟันการผูกเรื่องที่ว่าก็ค่อนข้างเนียนพอสมควร

อาจไม่ใช่หนังที่ยอดเยี่ยมจนน่าจดจำหรอกนะครับ ตัวหนังเองก็ยังไม่สมบูรณ์พร้อม แต่อย่างน้อยก็ดูได้ และยังย้ำเตือนให้มนุษย์อย่างเราๆ รู้จักรับผิดชอบสิ่งต่างๆ ในชีวิต จริงๆ แล้วการบนนั้นก็เหมือนการมอบคำมั่นสัญญาให้ใครสักคนนั่นแหละ หากเราสัญญากับใครแล้วก็ควรรักษาให้ดี ไม่ใช่พูดแบบขอไปทีเท่านั้น

การบนบานอาจดูเป็นเรื่องล้าหลัง แต่จริงๆ มันก็คือรูปแบบหนึ่งของสัญญาและการรับผิดชอบต่อคำพูดของตน… สัญญากับใคร (หรือกับอะไร) ไว้ ก็ไม่ควรปล่อยให้ลืมครับ ไม่เช่นนั้นอาจเกิดผลเสียหายต่อตัวเองได้

หนังดูได้ครับ แต่ผมก็ไม่ได้แนะนำว่าต้องดูหรอกนะฮะ แค่เอามาเล่าให้ฟังว่าอย่างน้อยหนังก็ไม่ได้ติงต๊องไร้สาระซะทีเดียว

และยังเป็นการแก้ข้อสงสัยของผมเองด้วย เพราะตอนแรกนึกว่าหนังมันไร้สาระ แต่ทำไมหนอ คุณนก ฉัตรชัยถึงลงมาร่วมแสดงด้วย… ดูแล้วก็เข้าใจว่า หนังมันก็มีทิศทางของมันอยู่เหมือนกันน่ะเน้อะ ไม่ได้จับฉ่ายแถไปเรื่อย…

สองดาวแบบเรื่อยๆ

Star21

(6/10)

Advertisements