Horror

Suspiria (1977) ดวงอาถรรพ์

Suspiria1001

รับรองได้ครับ ประโยคที่ท่านจะนึกได้ทันทีที่ดูหนังเรื่องนี้จบคือ “ท่านเพิ่งได้ชม Suspiria! จบ” ใครดูจนจบได้จะเข้าใจครับว่าผมหมายถึงอะไร..

และนี่ก็คือหนังที่ได้รับการยกย่องนะฮะว่าสยองมากและน่ากลัวที่สุดอีกเรื่องหนึ่งในโลกภาพยนตร์ แต่ก็นั่นแหละครับ สืบปากว่าจะเท่าตาเห็นได้ไง๊ ก็เลยต้องมีการลองดูกันหน่อย แล้วผมก็พบว่าของเขาดีจริงๆ

ซูซี่ แบนเนี่ยน (Jessica Harper) หญิงสาวผู้เดินทางตรงจากนิวยอร์กมาสู่เยอรมันเพื่อเข้าเรียนยังสถาบันสอนบัลเล่ต์ชื่อดังของยุโรป และในคืนแรกเธอก็พบกับสิ่งแปลกๆ ไหนจะบรรยากาศลึกลับชวนน่ากลัวของสถาบัน แต่เธอก็ไม่รู้ว่ามันคืออะไร!

เธอก็ยังคงเข้าเรียนที่นั่นอยู่ด้วยความคลางแคลงใจ และยิ่งอยู่นานไปสิ่งแปลกๆ บางอย่างก็ยังเกิดกับเธอเรื่อยๆ และไม่ใช่เธอเท่านั้นที่เจอครับ เพื่อนนักเรียนของเธอก็ยังคุยกันถึงอะไรบางอย่างที่พิลึกในโรงเรียน จนทำให้ทุกคนเริ่มหวาดผวามากขึ้น!

เมื่อเหตุการณ์ดำเนินมาถึงขีดสุด ซูซี่จึงตัดสินใจค้นหาความจริง… ไม่ใช่เพื่อรู้ แต่เพื่อเอาชีวิตรอดไปจากที่นี่ให้ได้!

นั่นแหละ เรื่องใน Suspiria!

… อิอิอิ ผมใช่ ! เปลืองจังเลยนะครับเนี่ย ไม่รู้สิครับเล่าแบบนี้มันได้อารมณ์ดีน่ะ 555

Suspiria1004

โครงสร้างของหนัง หรือบทน่ะนะครับ เขียนโดย Dario Argento และ Daria Nicolodi ซึ่งว่าตามจริงมันไม่ได้หนักแน่นอะไรนัก ช่วงกลางๆ เรื่องมันออกจะยืดไปหน่อยด้วยซ้ำ แต่ไม่น่าเบื่อครับ เพราะบรรยากาศของหนังมันแน่จริง หนังถูกขับเน้นด้วยแสงสี แดง เขียว และความมืด เป็นส่วนผสมที่นำพาความสยองมาสู่หนังได้ตลอดตั้งแต่ต้นจนจบครับ ถ้าให้ว่าตามจริงเป็นผมล่ะไม่ขออยู่ที่นี่ล่ะครับ แค่บรรยากาศก็บอกแล้วอ้ะว่าที่นี่มันมีอะไรแน่ๆ อยู่ไปก็ตายแหงมๆ

โทนสีและมุมกล้องนี่ต้องยกความดีความชอบให้ Luciano Tovoli ที่ถ่ายออกมาได้ดี ภาพแต่ละช็อตนี่เรียกความผวาได้เจ๋งครับ น่ากลัว น่าเกร็งตลอด ยิ่งหลืบมืดๆ นี่ตัวดีครับ เพราะเราไม่มีวันรู้ว่ามันจะมีอะไรบ้าๆ โผล่พรวดออกมามั้ย และไม่ว่ามันจะโผล่หรือไม่ ใจเราก็เต้นไม่เป็นจังหวะอยู่ดีล่ะครับ

ทีเด็ดของหนังอยู่ที่ 15 นาทีแรก… จับเวลาได้เลยครับตั้งแต่หนังเริ่มนั่นแหละ 15 นาทีที่ว่าคือคำจำกัดความของ “สยอง” และ “ตื่นเต้น” แน่นอนครับผมจะไม่บรรยายอะไรมาก บอกได้แค่ว่ามันสุดยอดนะ ขอบอกเลยว่าปกติผมไม่สะดุ้งสะเทือนกับหนังแนวนี้ง่ายๆ หรอกครับ แต่นี่ไม่ไหว มันเกินไปอ้ะ ไม่สะดุ้งนี่นับถือเลยครับ ยิ่งดนตรีประกอบโรคจิตของ The Goblin กับ Argento มาผสมโรงลงไปด้วยนี่ไปกันใหญ่ครับ ภาพก็อย่างงั้น ดนตรีก็อย่างงั้น … เออ กลัวแล้วจ้าาาาาา

คุณพี่ Dario Argento คือผู้กำกับครับ ผมเรียกแกเป็นการส่วนตัวว่า แดริโอ้ “อาเจียนโต”้ ครับ เพราะหนังที่แกทำนี่มันสยองแหวะจนเสี่ยงต่อการอ้วกได้ง่ายๆ เลยนะเอ้า มาเรื่องนี่ก็ควบหลายตำแหน่งครับ บทก็ทำ ดนตรีก็เอา กำกับก็ด้วย ซึ่งฝีมือการทำหนังแหวะของเขาผู้นี้เลื่องชื่อครับ ฝีมือลีลาการเล่นกับแสงสีก็เด็ดขาด เล่นกับความมืดก็ได้ ฉากในสถาบันนั่นที่ใหญ่โตแล้วก็มีลวดลายเต็มผนังไปหมด พี่เขาเอาทุกส่วนมาผนวกกันให้เป็นความน่ากลัวได้ครับ

เรื่องความสยองนี่ไว้ใจได้ แต่ช่วงกลางเรื่องออกจะพร่องไปบ้าง (หลังจาก 15 นาทีแรกที่โคตรจะน่ารักน่ะครับ) เข้าใจว่าช่วงกลางเรื่องหนังจะพยายามปูพื้นตัวละคร รวมไปถึงการสร้างปมแปลกๆ ขึ้นมา ก็เลยยืดไปนิด แม้จะมีข้อมูลสำคัญโผล่มาเป็นระยะๆ ก็เถอะ แต่การเดินเรื่องมันออกจะช้าไป จนอดคิดไม่ได้ว่าถ้าทำให้มันดูเร้าใจและฉงนกว่านี้ล่ะก็ หนังคงเต็มไปด้วยความระทึก แต่ขณะเดียวกันก็จะกลายเป็นว่าหนังคงไม่มีช่วงให้พักครับ ก็ไม่รู้ว่าพี่อาเจียนโต้แกจะเห็นใจหรือเปล่าเลยมีการพักให้ เพียงแต่ว่ามันออกจะพักนานไปหน่อยเท่านั้นน่ะครับ

Suspiria1002

… อันนี้ไม่รู้ว่าผมโรคจิตไปเองหรือเปล่านะ แต่ถ้าหนังทำสยองต่อเนื่องมันต้องสุดยอด แต่ที่แน่ๆ ที่มันเป็นนี่ก็ทำให้คนขวัญอ่อนนอนไม่หลับได้หลายวันแล้วล่ะครับ

นอกจากบรรยากาศจะดี (แบบแหยงๆ) แล้ว ฉากการฆ่าก็ถึงเลือดถึงเนื้อ จะๆ ตากันไปเลย ลองว่าครบถ้วนอย่างนี้ก็สยองได้ที่กันไปเลยครับ เว้นแต่กลางเรื่องที่จะแผ่วไปนิด แต่การที่หนังจะติดชาร์ตว่าสยองนี่ไม่ใช่เรื่องน่าแปลกแต่อย่างใดครับ ไม่ติดสิแปลกอ่ะ หนังบ้าไรฟะ

Harper กับบทนำนะครับ เธอดูไร้เดียงสาดี แต่ตอนทำท่าผวาผมว่ายังไม่สุดนะ ไม่รู้สิครับมันน่าจะตกใจกว่าเนี้ย แต่นี่ดูเธอจะสยองแบบพอทำใจรับได้ หนังเลยไม่บีบเค้นอย่างสุดๆ เป็นผมล่ะปั้นหน้าไม่ถูกแน่ แต่ก็ไม่มีปัญหามากหรอกครับ เพราะเธอก็แสดงได้น่าเอาใจช่วยอยู่ดี

ก่อนผมจะดูหนังเรื่องนี้นะครับ ผมลองโหลดเอา Trailers 2 เวอร์ชั่นมาดู … สยองครับ ไอ้อันที่เล่นสีน่ะไม่เท่าไหร่ แต่อันที่เป็นผู้หญิงหวีแปรงนี่… ฮือๆๆ กลัวแล้วจ้า

แต่ก็ต้องยอมรับอย่างหนึ่งครับว่า แม้หนังจะได้รับการยกย่องแค่ไหนก็ตาม แต่สำหรับคนรุ่นใหม่แล้วอาจมองว่าหนังเรื่องนี้ไม่ได้น่ากลัวอะไรก็ได้เหมือนกัน อันนี้ก็เป็นเรื่องปกติของยุคสมัยน่ะนะครับ มาตรวัดความสยองของแต่ละคนมันไม่เหมือนกันอยู่แล้ว ยิ่งต่างยุคต่างสมัยก็ย่อมต่างกันเป็นของธรรมดา

ดังนั้นคอหนังรุ่นใหม่หากดูแล้วไม่รู้สึกอะไรก็ไม่ใช่เรื่องแปลกครับผม มันเกิดขึ้นได้ ก็เหมือน The Exorcist ที่มีคนยกย่องมากมาย แต่มันอาจไม่ได้ทำให้คนรุ่นใหม่กลัวอีกต่อไป ซึ่งจริงๆ ก็เป็นอะไรที่น่าศึกษาดีครับว่าอะไรที่มีผลต่อปัจจัยความกลัวของคนในแต่ละยุคสมัย ซึ่งโดยส่วนตัวผมมองว่ามัยย่อมมีทั้งเรื่องของสังคม วิถีชีวิต ความเชื่อ อีกทั้งสื่อประเภทต่างๆ ที่นำพาเราไป

แต่กระนั้นนี่ก็เป็นหนังสยองที่น่าลองอยู่ดีครับ อย่างน้อยในแง่งานสร้างก็น่าสนใจ การเล่นแสงสีเป็นอะไรที่น่าจดจำมากๆ เป็นเทคนิคที่เล่นกับอารมณ์คนดูได้อย่างน่าปรบมือทีเดียว

cec7e27f76dac1e44f53a72ea27c451f

นี่ถือเป็นงานที่โด่งดังที่สุดเรื่องหนึ่งของ Dario Argento ครับ และนี่ยังเป็นภาคแรกของไตรภาค 3 แม่มดมารดา (The Three Mothers) โดยตัวร้ายประจำภาคนี้คือ เมเทอร์ซุสเปริโอรุม (Mater Suspiriorum – Mother of Sighs) นามว่า Helena Markos ซึ่งเป็นแม่มดที่อาวุโสที่สุดในบรรดาแม่มดทั้งสาม ซึ่งนางยังมีอีกหนึ่งฉายาว่า “ราชินีดำ”

Helena Markos เป็นแม่มดที่ทรงฤทธิ์ในเรื่องการล่องหน, การเนรมิตภาพลวงตา และมีพลังเคลื่อนย้ายสิ่งของได้ซึ่งตำนานของเธอนั้นก็คือ ในปี 1895 เธอเดินทางมายังประเทศเยอรมนี แล้วก็ก่อตั้ง Dance Academy ขึ้นในบริเวณป่าดำ (แถบนอกเมืองไฟรบวร์ค)

แต่ด้วยอำนาจและทรัพย์สินที่มากขึ้นของ Markos อีกทั้งเรื่องแปลกๆ ที่เกิดกับชาวบ้านแถบนั้น ทำให้ชาวบ้านเริ่มกลัวและเริ่มรู้ว่าเธอคือแม่มด เลยทำให้ Markos ต้องสร้างเรื่องว่าเธอตายในกองเพลิง เมื่อปี 1905 ก่อนจะหลบเร้นไปพักหนึ่ง แล้วก็ปรากฏตัวอีกทีในชื่ออื่น และเธอก็ควบคุมสถาบันแห่งนี้เรื่อยมา จนกระทั่งซูซี่นางเอกของ Suspiria มาพบเจอกับเรื่องสยองเข้ากับตัว

โดยแม่มดตนนี้แสดงโดย Lela Svasta ซึ่งกล่าวกันว่าเธอไม่ใช่นักแสดงอาชีพ แต่เป็นอดีตโสเภณีวัย 90 ปีที่ Argento ไปพบที่ถนนในกรุงโรม

สยองเต็มที่ เล่นสีกันเต็มเหนี่ยว ดูแล้วเสียวสยองทั้งเรื่อง ถ้าลองของบอกเสียวสยองทุกสองนาที หนังเรื่องนี้สยองเต็มที่ 15 นาทีแรก และ 12 นาทีหลังครับ ไม่มีเว้นช่วงใดๆ

เชิญไปลองสยองกันได้ครับ

สองดาวสามส่วนสี่ดวงครับ

Star22

(7.5/10)

Suspiria1003