รีวิวหนัง/ภาพยนตร์

Joy Ride (2001) เกมหยอก… หลอกไปเชือด

JoyRide1001

อย่างที่ผมเคยบอกล่ะครับว่าชอบดูหนังแนวสยองขวัญ ลึกลับ เพราะมันลุ้นดีกว่า เอ้า เขาจะมีอะไรมาทำเสนอเราอีกบ้าง ทั้งๆ ที่พล็อตมันก็ย่ำกันไปกันมาจนไม่มีที่ให้ประทับรอยเท้ากันแล้ว

แต่ถึงยังไงมันก็อยากดู ไม่รู้ทำไมสิครับ อาจเป็นเพราะสูตรทั่วไป ตั้งแต่ตัวนำมักจะเป็นวัยรุ่นจอมคึกคะนองครับ ชอบลองของ ที่ไหนมีตำนานก็ชอบไปลองกัน พร้อมด้วยสาวสวยมาเป็นชูรส ซึ่งหนังเรื่องที่ผมกำลังจะพูดถึงนี่ก็เข้าสูตรนั่นเลยครับ แต่ก็ไม่ได้ตามสูตรทั้งหมดนะ เพราะตามปกติหนังสยองแนวนี้มักจะมีตัวประกอบหลายตัวเอาไว้ฆ่าให้คนดูตกใจ ขนหัวลุกเล่น แต่เรื่องนี้มีตัวละครจำกัด … อืมม์ ชักมีความแตกต่างแล้วนะครับ น่าสนๆ

ตัวเอกของเรื่องคือ ลูอิส โธมัส (Paul Walker) นักศึกษาที่กำลังเดินทางเพื่อที่จะไปรับหวานใจวัยเด็กของเขา เธอชื่อ เวนนา (Leelee Sobieski สาวน้อยในดวงใจผมอีกคนครับ) แต่เผอิญระหว่างทางเขาจำต้องออกนอกเส้นทางไปรับฟูลเลอร์ (Steve Zahn) พี่ชายปากหาเรื่องของเขาที่เพิ่งออกจากคุกมาหมาดๆ เลย

ระหว่างทางฟูลเลอร์ก็ยุให้ลูอิสดัดเสียงเป็นผู้หญิง เพื่อไปหลอกหยอกเย้ากับบรรดาคนขับรถบรรทุก เพราะพวกเขามีเครื่องวิทยุสื่อสารไงครับ เลยสามารถเอาไว้คุยกับคนขับรถบรรทุกที่มีเครื่องนี้ได้ ลูอิสก็ดันยุขึ้นครับ เพราะเขาคิดว่าคงไม่เป็นไรมั้งขำๆ

แล้วลูอิสก็ปลอมเสียงเป็นผู้หญิง หลอกคนขับรถคนหนึ่งที่ชื่อ รัสตี้ เนลล์ ตอนแรกก็ขำดีครับ จนกระทั่งนายรัสตี้รู้ความจริงเข้า เท่านั้นแหละครับ นรกถามหาทันที เพราะไอ้รัสตี้นี่มันบ้าแน่ๆ เล่นไล่ล่า ตามหยอกแบบโหดๆ กับพวกเขาตลอดทาง ไม่ฆ่าด้วยนะครับ เล่นจิตวิทยาเต็มที่ บางทีก็มีเกมให้ทำ ถ้าหากพวกเขาไม่ทำตาม … เอ็งตาย!

เฮ่อ แล้วสองพี่น้องของเราจะรอดมั้ยวะเนี่ย

บกอเลยนะครับว่าหนังไม่ได้มีฉากสยองหรือแหวะอะไรมากมาย หนังมันมาเน้นที่ความระทึกขวัญ นอกจากนี้หนังก็ไม่ได้ยาวเกินไป เดินเรื่องได้ค่อนข้างเร็วรับ จะมีอืดบ้างก็ตอนต้น แต่พอมาหลังๆ นี่หนังมีอะไรให้ลุ้นอยู่เยอะ อย่างน้อยที่สุดมันก็ไม่มีมุขงี่เง่าประเภท ฆาตกรวิ่งผ่านให้เห็นแว่บๆ หลังไวๆ ยังเงี้ย

ความน่ากลัวของหนังเรื่องนี้ไม่เกิดจากการเห็น แต่เกิดจากการไม่เห็นต่างหากล่ะ

เราไม่รู้เลยครับว่าท่านพี่เวรรัสตี้ เนลล์นี่ก็อยู่ตรงไหน ไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามันเป็นใคร ก็ถือว่าทำได้ไม่เลวล่ะครับ พอลุ้นได้บ้าง แต่ก็ไม่ได้ยอดเยี่ยมจนเกร็งนะฮะ อันนี้ก็บอกตามตรงเลยว่าผมเองก็ไม่ได้สะดุ้งอะไรนักหรอกครับ เพราะตามปกติก็ไม่ได้กลัวหรือตกใจเท่าไหร่แล้ว (ท่าทางจะตายด้านแล้วล่ะผม) แต่จากการเดินเรื่อง การนำเสนอมันไม่เลวครับ เพียงแต่หนังมันไม่ได้ดิบเต็มที่ ผมว่าถ้าหนักและดิบไปเลยแบบพวก The Texas Chainsaw Massacre ล่ะก็ มันคงเด็ดไม่ใช่น้อยเลยล่ะครับพี่น้อง

JoyRide1002

ด้านนักแสดง คนที่เด่นเกินใครก็คงหนีไม่พ้น Zahn พี่แกปากมากจนน่ากระทืบครับ ทำให้คนดูยอมรับร้อยเปอร์เซ็นต์เลยครับว่าไอ้เวรนี่ตัวหายนะชัดๆ ตอนแรกก็น่ารำคาญน่ะฮะ แต่หลังๆ ก็ไม่อยากให้ไอ้หมอนี่ตายเหมือนกัน เพราะมันไม่ได้มีเจตนาร้ายใด เพียงแค่ปากมันอยู่ไม่สุขอ้ะ ขนาดนั่งอยู่ดีๆ ยังลุกขึ้นมาแขวะน้องตัวเองเลย ก็ยังดีครับที่ Zahn คุมตัวละครนี้ไม่ให้น่ารำคาญจนเกินงาม (ดีกว่าตอนที่พี่ Eddie Murphy เล่นใน I-Spy แล้วกันน่ะครับ อันนั้นมันเกินไปหน่อย)

ส่วน Walker กลับมีบทไม่ค่อยมาก ไม่ใช่โผล่น้อยนะครับ คือมาทุกฉากน่ะแหละ มากกว่าชาวบ้านด้วย แต่เนื่องด้วยพี่แกเป็นคาแร็กเตอร์รักสงบ แบบพระเอกพันธุ์แท้น่ะฮะ เลยกลายเป็นแบนราบไปนั่นเอง แล้วยังโดน Zahn มาเบียดบังอีก พี่แกเลยดูธรรมดาไปเลย

และ น้อง Leelee Sobieski สุดน่าร้ากของผม มาเรื่องนี้ก็ยังสวยน้ารักอยู่ดีครับ แต่เธอมีบทจริงๆ ก็ปาเข้าไปครึ่งเรื่องแล้ว แต่ก็เด่นใช้ได้ครับ มาในมาดสาวมั่นที่ช่วงท้ายก็เล่นเอา 2 หนุ่มหงอไปเหมือนกัน แต่บทยังส่งไม่เต็มครับ เธอเลยแค่เกือบๆ จะเด่นเท่านั้นเอง แต่ไม่รู้สิ … แค่เห็นหน้าเธอผมก็ยินดีเอาใจช่วยแล้วล่ะครับ

John Dahl ผู้กำกับหนังเล่นไพ่ฟอร์มเล็ก รวมดาราอย่าง Rounders ก็มาจัดการหนังเรื่องนี้นะครับ ก็คุมหนังได้ไม่เลว แต่อย่างที่บอกว่าโทนหนังมันน่าจะดิบกว่านี้เยอะ โหดๆ หน่อยมันคงยอดกว่านี้น่ะครับ จุดอ่อนที่หนังมีไม่ได้อยู่ที่บท แต่มันอยู่ตรงที่มันยังไม่กดดันพอ คือกับบางคนอาจจะบอกว่าโอเคแล้วนะครับ แต่ผมว่ามันน่าจะแรงกว่านี้ คงมีหลอนกันไปเลย ยิ่งใครต้องขับรถตอนกลางคืนบ่อยๆ ล่ะก็

สรุปว่าก็ไม่เลวนะครับ เป็นหนังระทึกขวัญที่ทำได้ไม่เลว แต่ยังไม่แรงเด่นเทียบเท่าหนังเก่าๆ แต่ก็ไม่เลวครับ (เพิ่งมารู้ทีหลังว่า J.J. Abrams ร่วมเขียนบทด้วยครับ)

สองดาวกว่าๆ ครับ

Star21

(6.5/10)