Action

เดอะเมีย (2005) The Bullet Wives

mia_00

ตอนฉายก็โปรโมตกันไม่น้อยเลยนะฮะ จะว่าไปแนวมันน่าสนใจครับ เอาเรื่องเมียๆ มาตีกัน ตามปกติเรื่องเมียหลวงเมียน้อยนี่ก็เป็นคู่กัดตลอดกาลกันอยู่แล้ว ถ้าตามสูตรโบราณก็คือเจอกันเป็นตบ แต่หนังก็เอาบทมาดัดแปลงเพิ่มความเว่อร์เข้าไปอีกกระบุงกว่าๆ

เรื่องราวก็ประมาณว่ายุคหนึ่งในประเทศไทยที่ความขัดแย้งระหว่างเมียหลวงกับเมียน้อยถึงจุดรุนแรงสุดๆ จนถึงกับตั้งเป็นองค์กรครับ เมียหลวงก็มีกองบัญชาการศูนย์พิทักษ์เมียหลวง FCWI (First Class Wife International) ส่วนเมียน้อยก็มีพรรคเมียน้อย EMWI (Economy Wife International) เหมือนกัน เมื่อกลุ่มเมียน้อยวางแผนจะกวาดล้างเมียหลวงให้หมดไปจากสารบบเพื่อที่เหล่าเมียน้อยทั้งหลายจะได้ขึ้นเป็นใหญ่ซะที งานนี้เลยมีการตบกันด้วยลูกกระสุนครับ

ตอนดูตัวอย่างและฟังข่าวผมก็ว่ามันโอเคน่ะ แต่พอดูแล้วมันอีกอารมณ์อ้ะคับ ตัวหนังกลับไม่ค่อยมีอะไรเท่าไหร่ เนื้อเรื่องมันโล่งโถงเลยครับ ไม่มีปมให้ลุ้นหรือชวนให้ติดตามเท่าไหร่ คือเรื่องมันมีแค่เมียหลวงตีกับเมียน้อยจริงๆ ไม่มีอะไรนอกเหนือจากนั้นเลย ก็เข้าใจล่ะครับว่าหนังมันเน้นแอ๊คชั่นเอาเพลิน แต่จริงๆ หากจะแทรกสาระหรือเรื่องทางอารมณ์ลงมาบ้างมันก็คงจะดี อย่าง So Close เงี้ย ตีกันกระหน่ำก็จริง แต่พอถึงบทโศกนี่เล่นเอาอึ้งเลยนะครับ มาแบบไม่ทันตั้งตัวและยังทำได้ถึงอีกต่างหาก แต่ก็พอเข้าใจล่ะครับว่าหนังมันออกจะไม่เน้นเหตุผลอยู่แล้วการจะแทรกเรื่องเชิงดราม่าลงมาก็อาจจะลำบากหน่อย เพราะถ้าว่าตามจริง เรื่องเมียหลวงเมียน้อยมาไล่ยิงกันนี่มันก็คงไม่เข้าท่านักในโลกความจริงน่ะนะครับ ตัวหนังเลยไม่รู้จะแทรกแง่คิดลงไปอีท่าไหน จะแทรกเรื่องการให้อภัยก็ไม่ได้หรือจะการประนีประนอมก็ลืมได้เลย เพราะมันพูดกันด้วยลูกกระสุนทั้งเรื่องนี่ครับ ดังนั้นหนังจึงไม่มีอะไรเลยนอกจากแอ๊คชั่นและบทพูดที่พยายามให้ขำแบบเป็นพักๆ (ซึ่งก็ไม่ได้ขำหรือคมคายอะไรมากมายด้วย)

ด้านนักแสดง ผมว่าคนที่พอไหวจริงๆ ก็มี เนาวรัตน์ ยุกตนันท์ในบทคุณหลุยส์ผู้ก่อตั้งองค์กรเมียหลวง เจ๊แกดูไฮโซลื่นไปเรื่อยๆ ดีครับ แต่นอกนั้นก็ไม่มีใครโดดเด่นอีกเลย คือเหมือนกับเล่นตามบทน่ะฮะ ไม่มีความลึกไม่มีอะไรทั้งสิ้น โอเค เรื่องความลึกเราจะละไปบ้างก็ได้เพราะหนังมันบู๊ มาดูตรงแอ๊คชั่นดีก่า

เฮ่อ ตรงนี้นี่แหละที่น่าหนักใจ

ฉากบู๊ก็เป็นการยิงกันครับ สไตล์ขอบอกว่ามันมาแบบ Equilibrium มากๆ ครับ เอาแค่ชุดที่จิตรา (นุสบา ปุณณกันต์) สวมก็ถอดแบบพี่ Christian Bale มาทั้งดุ้น แม้แต่สีก็เหมือน แต่ในเรื่องฉากยิงกันดูเหมือนทีมงานจะเอารูปแบบการเต้นลีลาศมาผสมกับการยิงปืน ผลที่ได้ผมว่ามันแหม่งๆ ครับ ไม่ค่อยเข้าอ้ะ คืองี้ครับ มันดูเป็นสเต็ปจนเกินไป จนขัดธรรมชาติสุดท้ายแทนที่จะมันส์ก็เลยกลายเป็นขัดตายังไงก็ไม่รู้

จริงๆ ไอ้เรื่องการเอาลีลาการเต้นรำมาผสมกับการยิงปืนนั้น คนที่เป็นจอมเลยต้องยกให้ John Woo ครับ (เอา โหด เลว ดี 2 ภาคแรกมาดูสิครับ แล้วท่านจะถึงแก่ความมันส์ ผมรับประกันได้) แต่ Woo เขาสามารถผสมแบบธรรมชาติหรือไม่ดู Face/off ก็ได้ (Woo เช่นกัน) พี่ John Travolta เลยครับ ขานี้จอมเต้นเท้าไฟตั้งแต่สมัยอดีต สังเกตดูครับว่าลีลาตอนยิงตอนออกกระสุนนี่มันจะพริ้วๆ มีหมุนแบบพองาม ชายเสื้อปลิว และหน้าตาตอนยิงก็ต้องอารมณ์คล้อยตามด้วย ไม่มีรับ ไม่มีการหน้าโมโนโทน ขาไป ตัวไป ลีลาไป สีหน้าไป กระสุนก็ไป โคตรกลมกลืนอ้ะฮะ

แต่กับเรื่องนี้ มันเป็นสเต็ปแบบสุดๆ ก็ถ้าเป็นสเต็ปต่อเนื่องยังพอทำเนา แต่นี่เป็นสเต็ปแบบเว้นช่วงน่ะฮะ ยังกะจะให้คนดูเอาไปฝึกทำบ้างอย่างนั้นแหละ คือ … พอจะนึกภาพรายการทางช่อง 5 ของอาจารย์บุญเลิศลีลาศได้มั้ยล่ะครับ ท่านจะสอนสเต็ปให้เราดูแบบช้าๆ ทีละขั้น อยากบอกว่านั่นแหละครับคือที่เราได้เห็นในหนัง (ผมพยายามมองลอดจอข้างนะฮะ ว่าอาจารย์ท่านมาสอนอยู่หลังฉากหรือเปล่า) และการที่มันหมุนแบบหยุดๆ ก็ลองนึกถึงโฆษณาเครื่องเล่น VCD ตอนที่มันสะดุดไว้ครับ นั่นแหละ อารมณ์นั้นเลยฮะ

ท่าหลักในหนังที่ทุกสาวทำก็คือ มือขวายิง แขนซ้ายยื่นไปตั้งฉากพื้น ยังกับเชียร์ลีดเดอร์ในท่าเตรียมเลยครับ (หรือทุกคนในเรื่องเป็นลีดเก่าเลยติดท่านี้กันมาหมด)

แล้วมุมกล้องก็ไม่ได้ช่วยอะไรทั้งนั้น ด้วยเหตุนี้ฉากบู๊จึงเป็นอะไรที่ไม่มันส์เท่าที่ควร น่าเสียดายครับ ฉากตีกันนี่ถ้าจะมีดีก็ตอนท้ายเลย ที่นุสบา ปุณณกันต์ ลุยกับ เมทินี กิ่งโพยม ในแกที่ทั้งสองตีกันแบบประชิดน่ะนะฮะถึงจะพอไหว (ส่วนฉากยิงแบบห่างๆ ก็เหมือนเดิม ดูแล้วนึกถึงเกม Tennis สมัยเครื่อง Famicom อ้ะคับ เคลื่อนไหวไม่เหมือนคนยังไงก็ไม่รู้)

อีกอย่างที่ทำให้ผมรู้สึกแปลกๆ กับหนังก็คือ ผมไม่รู้จะเชียร์ข้างไหนครับ ตามปกติหนังแอ๊คชั่นมันต้องมีพระเอกกับผู้ร้ายใช่มั้ยฮะ กับเรื่องนี้ตอนแรกดูเหมือนเมียหลวงจะเป็นฝ่ายนางเอก แต่ดูๆ ไปผมว่ามันบ้าพอกันทั้งคู่ครับ มีส่วนที่เลวร้ายทั้งสองฝ่าย ทีนี้ผมก็ไม่รู้จะเชียร์ใครแล้วครับ และพอเป็นอย่างนั้นผมก็ไม่รู้จะดูไปทำไมน่ะฮะ มันไม่มีเป้าหมายอ้ะ ไม่มีลุ้นเลยว่าฝ่ายนี้อย่าตายนะ ไม่มีครับ สุดท้ายมันตายกันเป็นดอกเห็ดผมก็ยังเฉยๆ

สรุปว่า หนังพอจะมีที่น่าพอใจมั้ย … ก็มีเพลงที่ พี่ตู้ – ดิเรก อมาตยกุลเอามาร้องน่ะครับ เพลงคลาสสิค ฟลอร์เฟื่องฟ้า กับ ฆ่าฉันให้ตายดีกว่า ที่ร้องได้เมามันส์ดีครับ ทำได้ไม่เลวเลย นอกนั้นก็ไม่มีแล้วครับ ต้องว่าตามตรงเลยนะฮะ (ผมก็ว่าตามตรงมาไม่รู้กี่รอบแล้วล่ะ) ว่าไม่มีอะไรน่าจดจำครับ ฉากบู๊ไม่ถึงเท่าไหร่ เนื้อหาไม่มีอะไร ดูแล้วก็ไม่รู้จะดูทำไม

ก็เลยไม่ถึงสองดาวด้วยประการล่ะฉะนี้

Star12

(5/10)

Advertisements