รีวิวหนัง/ภาพยนตร์

War Dogs (2016) วอร์ด็อก คู่ป๋าขาแสบ

15875322_1470261463004650_7700647072195646290_o

สิ่งแรกที่อยากจะบอกเกี่ยวกับหนังเรื่องนี้ก็คือ Soundtrack แซ่บมากครับ แต่ละเพลงเลือกเอามาใช้ประกอบในหนังได้อย่างพอเหมาะ เสริมความลื่นให้กับหนังได้อย่างเด็ดเลย

ส่วนตัวหนังเองก็ทำได้สนุกดีครับ ใครชอบหนังสไตล์ Lord of War ก็น่าจะโอเคกับเรื่องนี้ เพราะเนื้อเรื่องก็มาทางเดียวกันครับ ตัวเอกคือพ่อค้าอาวุธที่ต้องเผชิญกับปัญหาหลังจากเลือกเดินบนเส้นทางนี้ไปแล้ว

เดวิด (Miles Teller) คือพ่อค้าผ้าปูที่นอนธรรมดาคนหนึ่งที่พบว่าการทำมาหากินในยุคนี้มันยากเหลือเกิน แล้วเขาก็ได้เจอกับ อีเฟรม (Jonah Hill) เพื่อนสมัยเด็กที่กำลังล่ำซำจากการค้าอาวุธ แล้วพอถึงจุดหนึ่งพวกเขาก็มาทำอาชีพนี้ร่วมกันครับ

ทีนี้จากการค้าเล็กๆ ก็เริ่มขยายขนาดใหญ่ขึ้น จนถึงขั้นไปทำสัญญาส่งอาวุธเข้ากองทัพสหรัฐ (ซึ่งหมายถึงเงินก้อนโตรอพวกเขาอยู่ที่ปลายทาง) แต่ก็อย่างที่บอกครับว่า ยิ่งพวกเขาเดินบนเส้นทางนี้นานเท่าไร เขาก็ยิ่งเจอกับเรื่องที่ใหญ่เกินแก้ไขมากเท่านั้น

หนังเป็นแนวตลกครับ เอาเรื่องพวกนี้มาเล่าแบบเปี่ยมอารมณ์ขัน โดยคนกำกับก็คือ Todd Phillips แห่ง The Hangover ทั้ง 3 ภาค ซึ่งผลงานเรื่องนี้ถือว่าทำได้ดีเลยครับ รสชาติกลมกล่อม หลายอย่างตัว คือมันอาจไม่ถึงกับสุดยอดมากๆ หรือคมคายมากๆ แต่ก็ถือว่าทำได้ดีจนอยากให้ลองชมกัน

ในแง่อารมณ์ขัน หนังแทรกความฮาลงไปตลอดเรื่องครับ แต่ไม่ใช่มุกฮาตึ้งโป๊ะ ทว่าจะเป็นอารมณ์ขันจากสถานการณ์หรือการกระทำของตัวละครที่มีเปิ่นบ้าง หรือผิดที่ผิดทางบ้าง ซึ่งทำออกมาได้ขำดีครับ ก็ต้องชมดาราทุกคนที่เล่นกันได้พอเหมาะด้วยล่ะ

และอีกอารมณ์ขันก็คืออารมณ์ขันแบบ “หึหึ” ที่หนังเอาเรื่องจริงของสงครามมาพูดเล่น อย่างเรื่องที่ว่าสงครามคือธุรกิจที่ทำเงินต่อปีมหาศาลที่สุด เป็นธุรกิจบนความตายที่ถูกกฎหมาย คนที่ได้รับประโยชน์ก็คือคนที่คอยเซ็นต์สัญญาอนุมัติอยู่ในห้อง ส่วนคนชั้นผู้น้อยที่ถูกส่งไปรบหรือไปตายนั้น หนังก็ชวนให้คิดว่าพวกเขาถูกส่งไปเพื่อปกป้องอะไรกันแน่ ระหว่าง “สันติภาพของทั้งโลก” กับ “ธุรกิจของคนบางกลุ่ม”

Teller แสดงได้ลื่นไหลตามเคยครับ เขาดูเป็นคนซื่อดี และทำให้เราเชื่อว่าเขาไม่รู้จะทำยังไงในการหาเงินมาเลี้ยงครอบครัว ดังนั้นพอมีโอกาสทำเงินจากธุรกิจนี้ แม้ใจจะไม่ชอบสงครามแค่ไหน แต่สุดท้ายก็กลายเป็น “เอาก็เอาวะ” ซึ่งหนังก็ทำให้เราเข้าใจในจุดนี้ได้พอสมควร

หนังก็ชี้ให้เห็นโทษของการหันมาประกอบอาชีพนี้น่ะครับ แน่นอนว่ามันมีวาระที่พอทำธุรกิจนี้แล้วจะได้เงินเยอะแยะ แต่พอเจอปัญหาทีก็จะเป็นปัญหาระดับใหญ่ที่อาจทำลายชีวิตของตนและคนที่เกี่ยวข้องได้เลย

Hill ก็แสดงได้ดีมากเช่นกันครับ จริงๆ พี่แกเหมาะกับบทนี้ที่สุดในสามโลกเลยก็ว่าได้ แต่ก็ติดนิดๆ ตรงที่พี่แกรับบททำนองนี้ค่อนข้างบ่อยครับ เลยทำให้เดาพฤติกรรมแกได้ไม่ยากว่าสุดท้ายเขาจะทำอะไรต่อ แล้วก็เป็นตามนั้นจริงๆ

อีกคนที่น่าจดจำคือ Ana de Armas ที่หลายคนอาจจำเธอได้จากบทสาวแสบใน Knock Knock แต่จริงๆ ผมว่าเธอเป็นดาราที่มีฝืมือนะครับ ตอนเล่น Exposed จริงๆ ก็แสดงดี แต่หนังไม่เวิร์กเท่าไร พอมาเรื่องนี้การแสดงของเธอรับส่งกับ Teller ได้ดีเลยล่ะครับ (พวกเขาเล่นเป็นคนรักกันครับ) เรียกได้ว่าดาราสาวคนนี้ไม่ได้มีดีแค่ความสวยครับ

เป็นอีกหนึ่งหนังที่กระตุกให้เราคิดเกี่ยวกับเรื่อง “ธุรกิจสงคราม” ได้เข้าท่าไม่น้อยครับ เพียงแต่หากใครผ่านหนังสงครามมาเยอะๆ ก็อาจรู้สึกว่าเรื่องมันไม่ใหม่ แต่ถึงจะไม่ใหม่ซะทีเดียวก็เถอะ ทว่าการเล่าเรื่องอะไรๆ มันถือว่าพอเหมาะและทำได้สนุกครับ เลยเป็นอีกหนึ่งผลงานที่น่าลองลิ้มอยู่ (โดยเฉพาะคนที่ชอบหนังที่มี Soundtrack เจ๋งๆ ผมว่าเรื่องนี้เป็นหนึ่งในหนังที่เลือก Soundtrack มาเสริมอารมณ์หนังได้ดีที่สุดเรื่องหนึ่งของปี 2016 ทีเดียว)

สองดาวครึ่งครับ

Star22

(7/10)