รีวิวหนัง/ภาพยนตร์

I’ll Be Home for Christmas (1998) ไอ้หนูคริสต์มาสทำป่วน

IllBehome1

อย่างที่สาธยายไปนะครับ หนังคริสต์มาสน่ะมีอยู่ไม่ใช่น้อย แต่ที่มันเข้าท่าเข้าทางน่ะ เห็นจะต้องบอกว่ามีอยู่ไม่ใช่เยอะ

จริงๆ สมัยก่อนหนังคริสต์มาสที่ออกมามักจะดีครับ แต่หลังๆ มันชักจะเป๋ๆ แปลกๆ ยังไงก็ไม่ทราบ และนี่ก็เป็นหนึ่งในนั้นครับ

จริงๆ ด้วยพล็อตค่อนข้างเข้าท่ามาก ว่าด้วยเรื่องของไอ้หนุ่ม เจค วิลกินสัน (Jonathan Taylor Thomas) ที่ไม่ค่อยกลับบ้านกลับช่องครับ ไปเรียนต่างเมืองแล้วก็ไปยาว ไม่ค่อยอยากจะกลับมาเยี่ยมบ้านเท่าไหร่ ขนาดวันคริสต์มาสก็ยังไม่กลับเลย จนกระทั่งพ่อของเขา (Gary Cole) ต้องออกอุบายว่า จะซื้อรถให้ขับหากกลับมาบ้านทันวันคริสต์มาสนี้ ก็เอาล่ะครับ พอมีของล่อ นายเจคของเราก็ค่อยกระตือรือร้นขึ้นมาหน่อย กลับก็กลับ ได้รถตั้งคันนึงทำไมจะไม่เอาจริงมั้ยครับ

แต่หารู้ไม่ว่านี่จะเป็นการกลับบ้านที่ทุลักทุเลที่สุด เพราะตลอดทางมีแต่เรื่องวุ่นๆ บ้าๆ ตลอด เฮ่อ แล้วเขาจะกลับทันมั้ยหว่าเนี่ย

ด้วยเนื้อเรื่องนะครับ ผมว่าเริ่มได้ดีครับ เด็กจอมเอาแต่ใจที่เห็นแก่เงินคนหนึ่ง ต้องเดินทางข้ามรัฐในช่วงวันคริสต์มาสเพื่อกลับบ้านให้ทัน ซึ่งถ้าทำดีๆ เนี่ย รับรองว่าต้องน่าสนใจครับ เพราะระหว่างการเดินทางตัวเอกก็จะสามารถเรียนรู้สิ่งต่างๆ ได้มากมาย คือมันเป็นสูตรอีกนั่นแหละครับ เปิดมาพระเอกเป็นคนไม่ค่อยจะดีนัก แต่พอผ่านเรื่องราวต่างๆ มันก็ค่อยๆ ปรับให้เขาเป็นคนดีขึ้น น่ารักขึ้น ซึ่งหนังที่ทำได้เด่นๆ ก็ต้องยกให้ Groundhog Day ล่ะครับ หนังง่ายๆ แต่กินใจ ดูไปได้อะไรเก็บกลับมาตุงกระเป๋า และหนังเรื่องนี้ก็เข่าข่ายเลยนะครับ ตอนจบเจ้าหนูเจคของเราก็ได้กลายเป็นอีกคน กลายเป็นคนรักครอบครัว และรักพ่อขึ้นมา … อืมม์ ดีจริงๆ

แต่ปัญหามีอยู่แค่ประการเดียวคือ … นายเปลี่ยนตัวเองตอนไหนฟะ

I'll-Be-Home-for-Christmas-DI-1

คือ ทั้งเรื่องโอเคครับ มันเป็นหนัง Raodmovie เหมือนกัน ประเภทให้ตัวเอกเดินทางจากที่หนึ่งไปที่หนึ่ง ระหว่างทางก็มีเหตุการณ์มากมายที่จะค่อยๆ ขัดเกลาให้พระเอกมีบุคลิกเปลี่ยนไป แต่ขอโทษครับ ไอ้เหตุการณ์ทั้งหลายที่เกิดขึ้นตลอด 86 นาทีของหนังเรื่องนี้ ไม่ได้มีอันไหนที่มันจะมีความหมายในระดับที่จะเปลี่ยนให้เจคกลายเป็นอีกคนได้เลย มันมีแต่มุขฮาอ้ะท่านทั้งหลาย คือเอาแต่ยัดมุขๆๆๆๆๆ ไม่ได้ยัดสถานการณ์ดีๆ หรือซึ้งๆ ลงไปเท่าไหร่ แล้วจู่ๆ ตอนจบพระเอกดันเป็นอีกคน ผมก็ไม่เข้าใจล่ะครับว่าแกไปเจออะไรเปลี่ยนตอนไหน เพราะขนาดตอนใกล้ๆ จบยังไม่ค่อยจะเห็นแกเปลี่ยนเท่าไหร่เลย เหมือนจู่ๆ นึกจะเปลี่ยนก็เปลี่ยนขึ้นมาอย่างนั้น

มันไม่ง่ายไปหรือครับ

เสียดายจริงๆ เลย เพราะหนังมันได้อ้ะ สไตล์มันให้ ดูก็รู้ว่าถ้าทำดีๆ ล่ะเจ๋งเลยครับ แต่เผอิญมันไม่ใช่น่ะซี่ เฮ่อ ดูไปไม่ได้มีอะไรเท่าไหร่ อ้ะๆๆๆ โอเค ผมพยายามทำใจนะ ดูเอาฮาก็ได้ สบายๆ แล้วกัน … แต่แมร่งก็ไม่ฮาอีก โธ่ เอ้ย นี่ตูจะได้อะไรสมประสงค์บ้างมั้ยวะเนี่ย

ตกลงคือหนังจืดครับ ออกมาชืดยิ่งกว่าน้ำเปล่าอีก ทั้งๆ ที่แนวเรื่องมันเอื้อให้กลายปเนหนังตลกปนซึ้งได้ แตก่เปล่าครับ ฮาก็ไม่ฮา สาระก็ไม่ค่อย จริงๆ หนังก็มีฉากที่ทำท่าว่าจะดีอยู่นะครับ อย่างตอนที่ตัวละครตัวหนึ่งเขาเกิดพูดอะไรเกี่ยวกับครอบครัวขึ้นมา ประมาณว่าระลึกถึงความอบอุ่นถึงความรักในครอบครัว จริงๆ จุดนี้หนังสามารถทำให้เป็นจุดเปลี่ยนที่ซาบซึ้งของเรื่องก็ได้ แต่หนังดันหักครับ ฉีกไปเล่นมุขขำๆ ที่ไม่ขำแทน … ก็ให้เสียดายล่ะครับ

ผมว่าหนังคงไม่ได้กะจะหวังรางวัลหรอกครับ เพราะหนังกะขาย Jonathan Taylor Thomas ดาราวัยรุ่นที่ตอนนั้นดังจากซีรี่ส์สุดฮิตอย่าง Home Improvement (ซึ่งก็ทำให้ Tim Allen เกิดเหมือนกัน) ก็เลยทำออกมาเบาๆ ขายดาราเป็นหลัก ซึ่งก็คือ Thomas นั่นแหละ ทำให้ด้านบทด้านอะไรออกมาเบาครับ อย่างที่บอกกะขายดารามากกว่า ซึ่งผมว่าเขาก็พอแสดงได้โอเคน่ะฮะ แต่ด้วยบทหนังที่ไม่ส่งและไม่มีอะไรต้องแสดงอารมณ์นอกจากทำหน้าหล่อหน้าทะเล้นไปเรื่อยๆ ก็เลยทำให้หนังไปไม่ได้ไกล และตัวพี่ท่านเองก็ค่อยๆ มีชื่อเสียงเบาลงๆ ตามลำดับ ดังนั้นการเลือกบทหนังที่เราเล่นก็สำคัญนะครับ บทไม่ดีคนดูไม่จำหรอก

ทีนี้ต่อให้ดาราคนอื่นๆ เล่นได้ดีก็เท่านั้นแหละ อย่าง Cole ในบทพ่อของเจค ก็เล่นได้ดีน่ะครับ แต่อย่างที่บอกบทมันไม่เน้นซึ้ง พี่แกพี่แกดันเล่นออกแนวซึ้งนะ เลยออกจะทำให้ตัวละครเจคค่อนข้างดูลอยไปเหมือนกันครับ เหมือนจู่ๆ ก็เป็นคนดีมาสู่อ้อมอกพ่อซะอย่างนั้นน่ะ แต่ Cole เล่นดีครับ อย่างน้อยก็ทำให้คนดูรู้สึกว่าเขารักลูกได้ (แต่ในทางกลับกัน Thomas ทำไม่สำเร็จครับ)

สำหรับเรื่องนี้ก็ไม่ใช่หนังคริสต์มาสที่เข้าท่าหรอกครับ คือแนวมันน่าจะดี แต่ดันทำออกมาไม่มีอะไรเลย คือน่าจะเป็นหนังทีวีมากกว่า แต่มันได้เข้าโรงนะครับ แล้วก็เจ๊งอย่างสวยงาม เปิดตัว 3.8 ล้าน ปิดโปรแกรมที่ 12.2 ล้าน สราญอุรา (หนังลงทุน $30 ล้านครับ)

ก็น่าเสียดายครับ จะดีแต่ก็เปล่าน่ะฮะ ถึงอย่างนั้นก็เถอะ ดูหนังไม่มีสาระผมก็อยากจะคิดให้มันได้สาระล่ะนะครับว่า เรื่องการจะกลับบ้านหรือไปหาพ่อแม่ ผมว่าไม่ต้องรอให้ท่านมีของมาล่อแล้วค่อยกลับหรอกครับ เพราะหากถึงคราวที่พ่อแม่ของท่านต้องจากท่านไปจริงๆ แล้ว ท่านจะเสียใจนะครับ

ไม่ถึงสองดาวครับ

Star12

(5.5/10)

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.