Action

What Happened to Monday (2017) 7 เป็น 7 ตาย

21316466_1758097487554378_5255935747279362628_o

ยอมรับครับว่าผมแอบปรามาสหนังเรื่องนี้อยู่นิดๆ… คือไม่ได้คิดว่าหนังจะไม่ดีหรอกครับ เพียงแต่คิดว่าหนังก็คงออกมาเรื่อยๆ ไม่ได้มีอะไรเป็นพิเศษ (แบบ Unlocked เป็นต้น) ครั้นพอได้ดูก็พบว่าผมสนุกกับหนังมากกว่าที่คิดแฮะ

หนังออกแนวไซไฟครับ มีฉากแอ็กชันแทรกเป็นระยะ ซึ่งหากดูจากปริมาณฉากบู๊แล้วหนังเรื่องนี้อาจไม่เข้านิยาม “มันส์” สำหรับใครหลายคน เพราะมันไม่ได้บู๊กับแบบกระหน่ำระเบิดระเบ้ออะไรมาก

แต่หากมองในแง่ว่านี่เป็นหนังไซไฟที่มีแอ็กชันแทรกเป็นยาดำ ก็ถือว่าปริมาณกำลังโอเคครับ หลายฉากก็ทำออกมาลุ้นใช้ได้ และบรรยากาศความเป็นไซไฟก็ถือว่าน่าพอใจ ดูแล้วชวนให้นึกถึง The 6th Day อยู่หน่อยๆ (เรีื่องนั้นอาจไม่เด่นในเรื่องเนื้อหา แต่ด้านฉากและบรรยากาศโลกอนาคตก็ถือว่าพอได้)

เรื่องของโลกอนาคตที่มีการคุมจำนวนประชากรเนื่องจากทรัพยากรเริ่มมีจำกัด ดังนั้น 1 ครอบครัวจะมีบุตรได้เพียง 1 คนเท่านั้น หากใครมีเกินกว่านั้นก็จะต้องส่งบุตรที่เกินมาไปเข้ากระบวนการแช่แข็ง (ประมาณว่า Freeze ไว้ก่อน รอวันที่โลกแก้ปัญหาทรัพยากรได้แล้วค่อยปลุกให้ตื่น)

แล้วตัวเอกของเราก็คือแฝดหญิง 7 คนแห่งตระกูลเซตต์แมน ชื่อก็ตั้งเรียงตามวันตั้งแต่ Monday จนถึง Sunday โดยพวกเธอก็จะออกไปใช้ชีวิตได้ในวันที่ตรงกับชื่อตัว และตัวตนที่พวกเธอใช้ก็คือ คาเรน เซตต์แมน

จากนั้นก็เกิดเหตุว่า Monday หายไปครับ ทำให้อีก 6 พี่น้องต้องตามสืบว่าตกลงมันเกิดอะไรขึ้น หรือว่าทางการจะจับมันเดย์ไปได้ ซึ่งหากเป็นเช่นนั้นก็เท่ากับว่าชีวิตพวกเธอจะต้องตกอยู่ในอันตรายอย่างใหญ่หลวงทีเดียว

พลังสำคัญของหนังต้องยกให้ Noomi Rapace ครับ เธอแสดงเป็นแฝด 7 คน 7 บุคลิกได้อย่างดี ซึ่งบอกตรงๆ ว่าผมไม่เคยกังขาฝีมือการแสดงของเธอเลยนะ เพราะเธอเล่นดีตลอดไม่ว่าหนังจะใหญ่หรือเล็ก และกับเรื่องนี้ก็เช่นกัน เธอสามารถสร้างตัวตนของแฝดทั้ง 7 ได้อย่างน่าเชื่อ

ดาราสมทบอีก 2 คนที่มาเพิ่มความน่าสนใจให้หนังก็คือ Glenn Close ในบทดร.เคย์แมน ผู้อยู่เบื้องหลังกฎคุมจำนวนประชากร รายนี้เล่นบทเหี้ยมๆ ร้ายลึกได้ดีเสมอครับ และอีกคนก็ Willem Dafoe ในบทลุงของแฝดทั้ง 7 ที่แม้จะปรากฏตัวเพียงไม่นาน แต่ก็เสริมพลังให้ฉากนั้นๆ ได้ดี

ว่าตามจริงปมในหนังก็ไม่ถึงกับยอดเยี่ยมจนเกินคาดเดาครับ แต่ขณะเดียวกันมันก็ไม่ได้ไก่กาจนเกินไป และจังหวะการทิ้งปมปริศนาก็ถือว่าทำได้ดี มันดึงให้เราอยากรู้น่ะครับว่าตกลงกำลังเกิดอะไรขึ้น และจะเกิดอะไรต่อไปกับชีวิตของพวกเธอ

หนังยาว 2 ชั่วโมงครับ ประมาณ 30 นาทีแรกอาจน่าเบื่อสำหรับหลายคน แต่หากชอบ Rapace ก็น่าจะสนุกไปกับการแสดงของเธอ แล้วจากนั้นหนังก็เริ่มเข้าสู่ประเด็นหลัก แล้วพอผ่านชั่วโมงแรกไปหนังก็มีแอ็กชันกับการตามปมสลับฉากขึ้นจอให้เราติดตามไปจนจบเรื่อง

หนังอาจไม่ได้สุดยอดครับ แต่ถือว่าทำได้ดีตามมาตรฐาน แม้ตัวพล็อตถ้ามาดูดีๆ อาจเห็นช่องโหว่บ้าง แต่ถ้าดูแบบองค์รวม (แบบไม่คิดมาก มองข้ามๆ ไป) มันก็สนุกดี ซึ่งต้องยกนิ้วให้ Rapace เลยครับ เพราะพอถึงครั้งหลังนี่ผมรู้สึกผูกพันกับตัวละครในระดับหนึ่งทีเดียว ดังนั้นหากเกิดอะไรขึ้นกับแฝดคนไหน เราก็อดไม่ได้ที่จะสะเทือนใจขึ้นมา

ประเด็นในหนังก็น่าคิดครับ ปฏิเสธไม่ได้นะว่าวิธีของดร.เคย์แมนมันก็คือ “วิธีหนึ่ง” ในการแก้ปัญหาเรื่องทรัพยากร แต่ก็อย่างที่บอกครับ มันคือ “วิธีหนึ่ง” จากอีกหลายวิธี ซึ่งเราอาจไม่สามารถระบุได้ว่าอะไรคือวิธีที่ดีที่สุด แต่หากเราไม่หยุดที่จะตามหาวิธีที่ดีกว่านั้น สักวันก็คงได้พบเจอมันครับ

แต่เมื่อเราหยุด มันก็คือจบ แค่นั้นเอง

โดยรวมถือเป็นหนังไซไฟแอ็กชันที่ทำออกมาได้น่าพอใจครับ มันอาจไม่ถึงกับสุดยอดหรือเปิดมิติใหม่ แต่ก็ถือว่าควรค่าแก่การดูสำหรับคอหนังไซไฟครับ ถือว่าสนุกกว่า The 6th Day ที่ผมยกตัวอย่างไป และผมออกจะชอบมากกว่า Total Recall (ฉบับรีเมค) ด้วยครับ

หรือจะรอดูแผ่นก็ได้เหมือนกัน แล้วแต่สะดวกครับ

สองดาวครึ่งครับ

Star22

(7/10)

 

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.