Action

The Wave (2015) มหาวิบัติสึนามิถล่มโลก

13112899_1220139961350136_3073651961337389474_o

เรื่องนี้ผมจับตามาตั้งแต่เห็นตัวอย่างรอบแรกเมื่อปีที่แล้วครับ สิ่งแรกที่จับตาคืองาน Effect ที่ดูอลังการและเนียนใช้ได้ ต่อมาคือพล็อตที่แม้จะเดิมๆ แต่ถ้าปรุงดีๆ ล่ะก็ เชื่อว่าน่าจะสร้างความบันเทิงในฐานะหนังภัยพิบัติได้ดีในระดับหนึ่ง

และผลที่ได้ก็ถือว่าน่าพอใจครับ หนังอิงจากเหตุการณ์เมื่อ 100 กว่าปีก่อนที่ประเทศนอร์เวย์เกิดเหตุแผ่นดินเคลื่อนตัวจนส่งผลให้เกิดสึนามิถล่มบ้านเรือน สร้างความเสียหายทั้งชีวิตและทรัพย์สินไปมหาศาล

หลังจากนั้นมาก็มีการคาดการณ์กันครับว่าอาจจะเกิดเหตุแบบนั้นอีก ดังนั้นทีมงานก็เลยผูกเรื่องและเนรมิตเหตุการณ์ที่อาจจะเกิดขึ้นนั่นมาเป็นหนังเรื่องนี้

ตัวเอกคือ คริสเตียน (Kristoffer Joner) นักธรณีวิทยาที่กำลังจะย้ายไปรับงานใหม่ที่เมืองอื่น แต่แล้วเขาก็พบว่ากำลังมีความผิดปกติเกิดขึ้น มีการเคลื่อนตัวของเปลือกโลกใต้ภูเขา มันชวนให้เขาสงสัยว่าอาจจะเกิดเหตุการณ์ภูเขาถล่มแบบฉับพลัน ก่อนจะตามด้วยภัยพิบัติสึนามิพัดถล่มเมือง

แต่แน่นอนว่าไม่มีใครเชื่อเขาครับ จนกระทั่งหายนะของจริงเกิดขึ้น เมื่อนั้นทุกคนก็ได้แต่หนีตายกันอย่างสุดชีวิต

อารมณ์ของหนังประมาณ Dante’s Peak ครับ แต่เปลี่ยนจากภูเขาไฟมาเป็นสึนามิ ซึ่งโดยรวมแล้วถือว่าหนังทำออกมาได้ดีเลยครับ เป็นหนังภัยพิบัติที่เข้าท่าทีเดียว (โดยส่วนตัวผมชอบมากกว่า San Andreas อีกนะ)

ช่วงต้นหนังน่าติดตามมากครับ จังหวะการเดินเรื่องมันให้สร้างอารมณ์กดดันได้อย่างดี เพราะตอนแรกๆ คริสเตียนสืบพบร่องรอยความเป็นไปได้ที่จะเกิดภัยร้าย แต่ใครๆ ก็ไม่เชื่อกัน ในขณะที่คนดูน่ะชัวร์ตั้งแต่ก่อนเข้าโรงแล้วครับ ว่ามันต้องเกิดเรื่องแน่ๆ มันเลยเกิดความกดดัน ลุ้นให้พวกเขารีบๆ ไหวตัวก่อนจะเกิดเหตุร้ายขึ้นมาจริงๆ

ที่ผมชอบคือแม้มุขหลายๆ อย่างจะเดิมๆ (เช่น เหตุผลที่ไม่มีการเตือนภัยแต่เนิ่นๆ ก็เพราะเป็นฤดูท่องเที่ยว ถ้าเปิดสัญญาณเตือนแล้วไม่เกิดอะไรขึ้น ก็จะเกิดผลกระทบต่ออุตสาหกรรมท่องเที่ยว) แต่การนำเสนอจังหวะมันโอเคน่ะครับ ไม่ได้น่ารำคาญหรือดูไร้เหตุผลจนเกินไป เพราะจริงๆ คริสเตียนเองแม้จะพบเงื่อนงำ แต่ก็ไม่มีหลักฐานที่ชัดเจนมากๆ จนปฏิเสธไม่ได้

ครั้นพอหายนะมันเกิดขึ้นแบบชัวร์ๆ แล้ว หนังก็มาพร้อมความตื่นเต้นลุ้น ระทึกครับ เพราะในเรื่องน่ะ มันจะมีการเตือนภัย 10 นาทีก่อนคลื่นนรกเข้าปะทะ ซึ่ง 10 นาทีที่ว่าก็ทำได้ลุ้นดี ลุ้นว่าจะหนีกันทันไหม ใครจะตายใครจะรอด ตื่นเต้นดีครับ

ภาพ Effect ช่วงนี้ถือว่าทำได้น่ากลัวดี ภาพคลื่นยักษ์ซัดถล่มเมืองมันชวนให้ผวาได้อย่างแรงจริงๆ

สำหรับผมแล้ว ช่วงแรกและช่วงกลางทำได้ดีเลยครับ แต่ช่วงท้ายออกจะเรื่อยๆ ไปบ้าง คือไม่ใช่ไม่ดีนะครับ ผมว่าก็ยังดีอยู่ เพียงแต่อารมณ์พีคมันพีคสุดๆ ตอนช่วงกลางน่ะครับ ดังนั้นพอเลยช่วงพีคไปแล้ว ช่วงหลังแม้จะไม่เลว แต่ก็ไม่เด่นเท่า 2 ช่วงแรก (อันที่จริงคือมันลงสูตรจัดๆ เลยล่ะครับ)

กระนั้นผมว่าโดยรวมหนังโอเคครับ สนุก ตื่นเต้น ในแง่ดราม่าก็รู้สึกว่าหนังพยายามอยู่ครับ ก็ถือว่าโอเคในระดับหนึ่งสำหรับดราม่า (ที่มักจะว่าด้วยเรื่องครอบครัวที่มีปัญหากัน) แต่ถ้าถามว่าหนังเด่นตรงไหน ก็ตอบได้เลยว่าตรงฉากภัยพิบัตินี่แหละ

แต่… อันนี้ความเห็นส่วนตัวนะครับ ผมแอบรำคาญในบางจุดของหนังเหมือนกัน อย่างตัวลูกชายพระเอกที่ดูเหมือนจะถูกสร้างขึ้นมาเพื่อก่อให้เกิดเรื่องโดยเฉพาะน่ะครับ ก็ไม่รู้ว่าหนังจะกัดวัยรุ่นหรือเปล่าน่ะนะ (555)

สรุปว่านี่เป็นหนังภัยพิบัติที่น่าพอใจเลยครับ ดูสนุก ตื่นเต้น แม้จะไม่ถึงกับสุดยอด แต่ก็คุ้มค่าแก่การรับชม

สองดาวครึ่งครับ

Star22

(7/10)