ผลงานการกำกับอีกเรื่องของ Peter Weir แห่ง Dead Poets Socitety นะครับ คราวนี้เขาจับเอา Jim Carrey มาเล่นหนังชีวิตครับ ในบท ทรูแมน เบอร์แบงค์ ชายหนุ่มผู้ซึ่งไม่เคยรู้ตัวเลยว่า ชีวิตของเขาทุกอิริยาบทถูกถ่ายทอดสดออกอากาศทางช่อง ทรูแมน โชว์ตั้งแต่เกิด แล้วทีนี้เมื่อเขาอายุ 30 เขาก็เริ่มจะระแคะระคายบางสิ่งบางอย่างครับ ตั้งแต่ผู้คนที่มักจะทำอะไรซ้ำๆ อยู่ตอลดเวลา หรือการที่เขาไม่สามารถออกนอกเมืองได้ซักที ในที่สุดทรูแมน ก็ตัดสินใจตามหาความจริง และนั่นก็นำมาสู่การผจญภัยครั้งใหญ่มากๆ ของเขา
หนังจัดได้ว่าแนวแปลกไม่น้อย ฟังพล็อตก็น่าดูแล้วครับ ตัวหนังยังทำได้ดีอีก น่าติดตามตลอด พี่ Jim แกก็พลิกมาเล่นหนังชีวิตได้เยี่ยมจนน่าตะลึง สีหน้าแววตาต่างๆ น่าเชื่อไปหมด เรียกว่าเป็นการพลิกที่ประสบความสำเร็จมากๆ และคู่ควรอย่างยิ่งกับรางวัลลูกโลกทองคำสาขาดารานำชาย (ประเภทชีวิต) แต่ก็ให้เสียดายล่ะครับที่เขาไม่ได้แม้กระทั่งเข้าชิงออสการ์
ในขณะที่ดาราสมทบก็แสดงได้เจ๋งไม่แพ้กันครับ Laura Linney มาเล่นเป็นเมอรีล เบอร์แบงค์ ภรรยาหลอกๆ ของทรูแมนที่ตอนคุณเธอประสาทเสียนี่ได้ใจมากครับ, Noah Emmerich มาเป็นมาร์ลอน เพื่อนสนิทของทรูแมน รายนี้ก็สร้างอารมณ์ร่วมให้กับหนังได้มากพอดู และรายที่ฝีมือเหนือชั้นอีกคนก็คือ Ed Harris ในบทคริสตอฟ ผู้จัดรายการทรูแมนโชว์ ดูๆ ไปเหมือนกับพี่ท่านจะเป็นเพียงคนหน้าเลือดธรรมดา แต่หนังก็ทำให้เขาดูมีมิติขึ้นมาได้ในหลายๆ ฉาก อย่างตอนที่เขาเดินไปลูบหน้าทรูแมนในจอทีวีนั่นน่ะฮะ ทำให้ตัวละครตัวนี้ไม่ใช่แค่ตัวร้ายที่ไร้อารมณ์แต่อย่างใด
ทุกส่วนในหนังทำได้ถึงครับ ดนตรีจากฝีมือของ Burkhard Dallwitz ก็นับว่าแปลกหูไม่น้อย แต่ที่น่าชื่นชมมากคือบรรยากาศของเมืองซีเฮฟเว่นที่ทรูแมนอยู่นั้น มันให้อารมณ์เป็นเมืองในฝันจริงๆ ครับ แต่ขณะเดียวกันมันก็เต็มไปด้วยสิ่งขัดธรรมชาติมากมาย (จนอดแปลกใจไม่ได้ว่าทรูแมนทำไมไม่สงสัยให้เร็วกว่านี้หว่า) ถือว่าจัดฉากและถ่ายทอดรูปแบบของเมืองมาได้อย่างน่าสนใจครับ
จัดเป็นหนังที่น่าสนใจอีกเรื่องครับ ความสนุกน่ะมีอยู่แล้วล่ะ การแสดงของพี่ Jim ก็น่าจดจำ การเดินเรื่องก็น่าติดตาม ยิ่งดูยิ่งอยากรู้ว่าเรื่องจะไปจบลงตรงไหน ถือเป็นหนังที่ผสมเอาความเป็นดราม่าเข้ากับไซไฟหน่อยๆ มีครบทั้งความบันเทิงและความเป็นหนังคุณภาพ และแม้หนังจะไม่ได้เป็นหนังแอ็คชั่น ไม่ได้เป็นหนังสืบสวน ไม่ได้เป็นหนังผจญภัย แต่ก็สามารถรวมเอารสต่างๆ เหล่านั้นมาใส่ในหนังชีวิตแบบนี้ได้ ก็ต้องยอมรับล่ะครับว่า Weir แกแน่จริงๆ
หนังทำเงินสวยอยู่ครับ ลงทุน $60 ล้าน ได้คืนมาจากทั่วโลกราว $264 ล้าน นับว่าใช้ได้เลยครับ
และผมแน่ใจเลยล่ะว่าหลังจากดูหนังเรื่องนี้แล้ว หลายคนคงอดไม่ได้ที่จะถามว่า “เอ แล้วชีวิตเรานี้กำลังโดนใครจับจ้อง หรือกำลังถ่ายทอดสดแบบทรูแมนอยู่หรือเปล่าเนี่ย?”
สามดาวครึ่งครับ
(8.5/10)

หมวดหมู่:Drama, Inspirational Movies, Movie Reviews, Recommended Movies











