Horror

Salem’s Lot (1979) ท้าสู้ผีนรก

0790742829.01.LZZZZZZZ

จากนิยายของ Stephen King นะครับ กับเรื่องราวเกี่ยวกับ เบน เมียร์ส (David Soul) นักเขียนหนุ่มที่เดินทางมายังเมืองเซเลมส์ ล็อต ชนบทที่แสนสงบที่เขาเคยอยู่มาก่อนเมื่อตอนยังเด็ก แต่แล้วเขาก็พบกับเงื่อนงำอันน่าสะพรึง เมื่อมีเด็กหายตัวไป บางคนก็ตายอย่างประหลาด และบางคนก็ได้เห็นคนที่ตายไปแล้ว มาล่องลอยอยู่นอกหน้าต่าง แล้วเขาก็ค้นพบว่ามีแวมไพร์ตัวร้ายกำลังจะเตรียมจะกลืนกินเมืองเล็กๆ เมืองนี้

แรกเริ่มเดิมทีนั้น ผู้ที่จะมากำกับก็คือ George Romero แห่ง Night of the Living Dead และยังจะทำเป็นหนังโรงด้วยนะครับ แต่เผอิญตอนนั้นดันมีหนังแนวแวมไพร์ออกมาชนกันตั้งสองเรื่องเข้าไปแล้ว เรื่องแรกก็ Dracula ของผู้กำกับ John Badham อีกอันก็ Nosferatu: Phantom der Nacht ของ Werner Herzog พอเห็นเป็นดังนี้ทางค่าย Warner Bros เลยตัดใจไม่เอาฉายโรงแล้ว ทำเป็นหนังทีวีดีกว่า พอ Romero ทราบดังนั้นเขาก็เลยตบเท้าออกจากโปรเจคท์ไป

SalemsLot1Ex

จากนั้นก็มีข่าวครับว่าผู้สร้างอยากได้ Peter Weir (ที่ในเวลาต่อมาจะได้กำกับ Dead Poets Society) มานั่งแท่นกำกับครับ แต่สุดท้ายคนที่เข้ามารับงานก็คือ Tobe Hooper ที่ดังจากหนังสยองระดับตำนานอย่าง The Texas Chainsaw Massacre แล้วหนังก็เสร็จออกมาเป็นมินิซีรี่ส์ 2 ตอนจบ ความยาวรวมแล้วประมาณ 3 ชั่วโมง

ผมนั้นมีโอกาสได้ดูหนังเรื่องนี้อยู่ 2 ฉบับครับ รอบแรกที่ดูคือฉบับยาว 2 ชั่วโมง ตอนนั้น CVD ออกแผ่นมา จากนั้นอีกสิบกว่าปีต่อมาถึงมีโอกาสได้ดูฉบับเต็มความยาว 3 ชั่วโมงผ่านทางแผ่นบลูเรย์ที่ Catalyst นำเข้ามา

ว่ากันโดยรวมๆ ก่อนครับ ว่าหนังนั้นแม้จะเป็นเกรดหนังทีวี แต่ก็ถือว่าทำออกมาได้ดีไม่แพ้หนังโรงเลยทีเดียว งานสร้างถือว่าน่าพอใจเลยครับ สิ่งแรกที่เตะตามากๆ คือบรรยากาศในเรื่องที่ดูอึมครึมแฝงความลึกลับ ได้อารมณ์หนังแวมไพร์สมัยก่อน ดีกรีความน่ากลัวถือว่าพอดีๆ และมีมาตลอดทั้งเรื่อง ตอนต้นก็หม่นน้อยหน่อย ครั้นมาตอนหลังๆ บรรยากาศเมืองก็หม่นมืดลงตามลำดับ เรียกว่าบิ้วอารมณ์ได้ดี – ตามด้วยดนตรีโทนน่ากลัวๆ ฝีมือของ Harry Sukman ทั้งหมดนี่ทำให้หนังออกมาน่าพอใจเลยล่ะครับ

ทีนี้ถ้าให้เทียบกันระหว่างฉบับสั้นและฉบับเต็มว่าผมชอบอันไหนมากกว่า โดยส่วนตัวผมโอเคกับฉบับเต็มครับ เพราะเรื่องราวมันครบองค์ประชุม เราได้เห็นพล็อตรองเกี่ยวกับตัวละครต่างๆ โดยเฉพาะปมของเบนที่มีต่อคฤหาสน์บนเชิงเขานั่น ไหนจะแนวคิดที่ว่า “เป็นไปได้ไหมที่บ้านจะมีความชั่วร้ายสิงอยู่ และมันจะคอยดึงดูดสิ่งชั่วร้ายมาหามัน” อะไรเหล่านี้ทำให้หนังขลังอยู่พอสมควร

แต่จุดอ่อนของฉบับเต็มคือบางช่วงก็อืดอยู่ครับ บางฉากจะตัดออกไปก็ได้ไม่เสียหายอะไร ดังนั้นจุดอ่อนของฉบับเต็มก็เลยกลายมาเป็นจุดดีของฉบับสั้นครับ นั่นคือหนังฉบับสั้นจะเล่าแบบเนื้อๆ กระชับพื้นที่ความสะพรึงได้มากกว่า แต่ขณะเดียวกันหลายๆ รายละเอียดก็หายไปไม่น้อย ดังนั้นก็คงแล้วแต่ความชอบล่ะนะครับ ถ้าอยากดูแบบกระชับก็ดูแบบสั้น แต่ถ้าอยากเก็บรายละเอียดแบบครบๆ ก็ดูฉบับเต็ม (แต่ก็ต้องเผื่อใจไว้สำหรับความอืดในบางจังหวะด้วยน่ะนะครับ)

หนังถือว่าดัดแปลงบรรยากาศจากนิยายมาเป็นหนังได้ดีเลยครับ ช่วงต้นอาจจะเรื่อยๆ บ้างตามสไตล์การปูพื้นเล่าเรื่อง แล้วพอตอนกลางๆ พอเรื่องร้ายมันเริ่มเกิด ช่วงนี้ก็ดูสนุกขึ้น ในขณะที่ช่วงท้ายนั้นจริงๆ ก็พอได้ครับ แต่ฉบับนิยายจะตื่นเต้นเร้าใจและเมามันส์กว่ากันเยอะ

ส่วนเรตติ้งตอนออกฉายนั้นจัดว่างดงามมากๆ ครับ มันดีซะจนผู้สร้างเกิดไอเดียอยากเอา Salem’s Lot มาสร้างต่อเป็นซีรี่ส์เลยล่ะ แต่ท้ายที่สุดแล้วโครงการทำฉบับซีรี่ส์ก็ไม่เคยเป็นรูปเป็นร่างแบบจริงจังขึ้นมา

เอาเป็นว่าโดยรวมก็ถือว่าทำออกมาได้ดีครับ ยังไม่ถึงขั้นเด็ดมากมาย แต่ก็ใช้ได้และน่าพอใจสำหรับหนังแวมไพร์สักเรื่อง หรือมองในฐานะหนังที่ดัดแปลงจากนิยายของ King ก็ต้องถือว่าทำได้ดีกว่าอีกหลายๆ เรื่อง

สองดาวครึ่งครับ

Star22

(7/10)