เฮ่อ ไม่ได้พูดถึงการ์ตูนเลย เรามาร่ายกันดีกว่านะครับ ก่อนจะเข้าเรื่องเอาโดราเอมอน 25 ตอนมาพล่ามกันเป็นเรื่องเป็นราวอีกที
เฮ่อ ไม่ได้พูดถึงการ์ตูนเลย เรามาร่ายกันดีกว่านะครับ ก่อนจะเข้าเรื่องเอาโดราเอมอน 25 ตอนมาพล่ามกันเป็นเรื่องเป็นราวอีกที
นี่เป็นหนังเก่าที่เคยสร้างมาแล้วครับ ในปี 1978 ชื่อเดียวกันนี่แหละ เนื้อเรื่องเหมือนเดิมเป๊ะ คือจู่ๆ พวกซอมบี้ก็แพร่กระจายอย่างรวดเร็วจนเต็มไปหมด ผู้ที่รอดชีวิตก็หนีตายเข้าห้างสรรพสินค้า แล้วก็ตั้งหลักสู้รบกับพวกลืมหลุมเหล่านี้ ใครดวงดีก็รอด ใครซวยก็ตาย ใครซวยกว่าก็กลายเป็นซอมบี้ไป
สรุปว่า 4 = 1 > 5 > 3 > 2 ครับ
ไม่ได้ใบ้หวย แต่นั่นคือลำดับความชอบของหนังชุด Mission: Impossible เรียงจากมากสุดลงไปครับ
พูดได้เต็มปากว่าชอบภาคนี้สุดๆ จนออกจะชอบมากกว่าภาคแรกที่ผมเคยยกให้เป็นภาคที่เจ๋งสุดของหนังชุดนี้น่ะนะครับ
สำหรับผมนี่การเขียนถึงหนังนี่เป็นความสุขชนิดหนึ่งเลยครับ แม้หลังๆ มานี่ผมจะบ่นมากหน่อยจนเหมือนคนแก่ก็เถอะ แต่มันก็ยังสุขใจครับ เหมือนกับแม้ว่าตอนดูมันจะอดหยิบโน่นหยิบนี่มาคิดไม่ได้ จนเหมือนเป็นคนคิดมาก ไม่ผ่อนคลายไปกับหนัง แต่เอาเข้าจริงๆ การดูหนังซักเรื่องจบผมจะมีอารมณ์ดีในทันที ยิ้มได้ครับ
อีกหนึ่งผลงานการกำกับชั้นยอดของ Ivan Reitman แห่ง Ghost Busters ทั้ง 2 ภาค คราวนี้เขาจับเรื่องการเมืองครับ เรื่องมีอยู่ว่า ประธานาธิบดีวิลเลี่ยม มิทเชลล์ (Kevin Kline) เกิดล้มป่วยกระทันหัน อาการโคม่า ด้วยเหตุนี้ คนระดับสูงอย่างบ็อบ (Frank Langella) หัวหน้าทำเนียบขาว ไม่ต้องการให้เกิดการตื่นตระหนก (และไม่ต้องการให้เลือกตั้งใหม่เพราะขาเก้าอี้ของตัวเอง จะสั่นคลอนได้)
คราวก่อนหนังเปลี่ยนจากเดิมที่เป็นแนวสายลับมาสู่แนวสืบสวน มาภาคนี้ก็เปลี่ยนไปอีกแล้วครับ กลายเป็นบู๊เต็มตัว กำกับ โดย John Woo กับภารกิจของ อีธาน ฮันต์ (Tom Cruise) ที่ต้องไปหยุดยั้งแผนการแพร่เชื้อโรคร้ายของ ฌอน แอมโบรส (Dougray Scott) อดีตเจ้าหน้าที่ IMF ที่ผันตัวเองไปเป็นผู้ร้าย ซึ่งในครั้งนี้อีธานยังได้พบกับ เอ็นย่าห์ ฮอลล์ (Thandie Newton) อดีตแฟนสาวของฌอนผู้ซึ่งจะมารับหน้าที่เป็นนกต่อให้อีธานสามารถเข้าถึงตัวฌอน
และด้วยการที่ผู้กำกับ Brian De Palma แกทำหนังแนวฆาตกรรมมาจนชำนาญสุดๆ จึงไม่น่าแปลกใจครับ ที่เขาจะถูกเลือกให้มาทำ M:I กับเรื่องราวที่สร้างจากซีรี่ส์สุดฮิต แต่เนื้อหานี่ไปคนละทางกับในซีรี่ส์เลยครับ