หนังเรื่องนี้มีความเข้มข้นในระดับหนึ่งครับ เพียงแต่สำหรับผมแล้ว สิ่งที่หนังตอบโจทย์จริงๆ ต้องยกให้เนื้อหา ยกให้ข้อมูลน่าสนใจที่หนังนำเสนอ ในขณะที่ตัวหนังก็ถือว่าโอเค เป็นดราม่าทริลเลอร์ที่น่าพอใจ
หนังเรื่องนี้มีความเข้มข้นในระดับหนึ่งครับ เพียงแต่สำหรับผมแล้ว สิ่งที่หนังตอบโจทย์จริงๆ ต้องยกให้เนื้อหา ยกให้ข้อมูลน่าสนใจที่หนังนำเสนอ ในขณะที่ตัวหนังก็ถือว่าโอเค เป็นดราม่าทริลเลอร์ที่น่าพอใจ
นี่ถือเป็นหนังแนวแอ็กชันสายลับแบบที่เราเคยพบเจอกันมานานพอสมควรแล้วครับ ทางเดียวกับ Jason Bourne แล้วก็ Salt เลย ซึ่งการมาของหนังเรื่องนี้ในตอนนี้ก็อาจจะบอกได้ว่า ออกจะช้าไปพอสมควร
Fright Night เวอร์ชั่นต้นฉบับเมื่อปี 1985 นั้นบอกได้เลยครับว่าสนุก ครบเครื่องทั้งความสยองและอารมณ์ขันที่ผสมลงมาแบบพอเหมาะ และที่ต้องยกนิ้วให้อย่างแรงคือการดำเนินเรื่องที่สามารถไต่ระดับความตื่นเต้นได้แบบถึงเครื่อง ดูไปลุ้นไป ยิ่งใกล้จบก็ยิ่งลุ้นว่าเรื่องจะไปทางไหนต่อ จนผมก็ขอยกหนังเรื่องนี้ขึ้นหิ้งให้เป็นหนังแวมไพร์ที่ผมชอบมากอันดับต้นๆ เอามาเปิดดูซ้ำบ่อยเหมือนกัน
ผมขึ้นต้นแนวหนังแบบแปลกๆ ว่ามั้ยครับ เป็นชีวิต + การแต่งงาน เพราะหนังเรื่องนี้มันไม่ใช่โรแมนติกครับ อ้ะ บางท่านคงงงล่ะนะครับ หนังเกี่ยวกับการแต่งงานแต่ดันไม่ใช่โรแมนติก มันเป็นยังไงลองตามมาอ่านนะครับ
เรื่องนี้ถูกใจผมด้วยเหตุผลง่ายๆ ครับ มันสะใจดี เน้นเท่ห์ เน้นลุย ครบสูตรสำเร็จ แม้พล็อตจะไม่ได้มีอะไรมากก็เถอะ
เรื่องนี้คงไม่ต้องบรรยายครับ กับเรื่องของหนูน้อยโคล เซียร์ (Haley Joel Osment) ที่ได้รับการบำบัดรักษาจากจิตแพทย์เด็กนาม มัลคอล์ม โครว์ (Bruce Willis) ซึ่งมัลคอล์มก็พยายามหาล่ะครับว่าเด็กป่วยเป็นโรคอะไร จนในที่สุดก็พบคำตอบชวนอึ้ง เมื่อโคลบอกว่า “เขาเห็นคนตาย”