เอ็ดดี้ (John Cusack) และเกวน (Catherine Zeta-Jones) คือดาราคู่ขวัญที่คนอเมริกันชื่นชอบ ทว่าผลงานเรื่องล่าสุดของพวกเขาท่าจะไม่ทำเงิน นักประชาสัมพันธ์ ลี ฟิลลิปส์ (Billy Crystal) เลยถูกตามตัวมาให้กอบกู้สถานการณ์
เอ็ดดี้ (John Cusack) และเกวน (Catherine Zeta-Jones) คือดาราคู่ขวัญที่คนอเมริกันชื่นชอบ ทว่าผลงานเรื่องล่าสุดของพวกเขาท่าจะไม่ทำเงิน นักประชาสัมพันธ์ ลี ฟิลลิปส์ (Billy Crystal) เลยถูกตามตัวมาให้กอบกู้สถานการณ์
ดร.สตีเวน มิลส์ (Dan Aykroyd) ได้ทำการทดลองยิงลำแสงพลังสูงไปโดนเอาดาวดวงหนึ่งเข้าแบบไม่ตั้งใจ ส่งผลให้ดาวดวงนั้นเกิดปัญหาครับ ชาวดาวนั้นเลยได้ส่งเซเลสต์ (Kim Basinger) มายังโลกเพื่อเกลี้ยกล่อมตะล่อมให้สตีเวนยิงลำแสงไปที่ดาวดวงนั้นอีกหนเพื่อแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น
หลังจากการเปิดเรื่อง แนะนำตัวละครเอกไปในตอนแรก ลำดับต่อมาของเรื่องราวก็ตามมาครับ กับคดีที่มัลเดอร์และสกัลลี่ต้องเข้าไปสืบหาความจริง เมื่อนักบินของฐานทัพลับในไอดาโฮเกิดมีพฤติกรรมแปลกๆ
บั๊ฟฟี่ ซอมเมอร์ส (Sarah Michelle Gellar) และผองเพื่อนอย่าง วิลโลว์ (Alyson Hannigan), แซนเดอร์ (Nicholas Brendon) และอ๊อซ (Seth Green) ก็จบการศึกษาจากไฮสคูลที่ซันนี่เดลเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และปีสี่นี้พวกเขาทั้งหมดก็ได้เวลาเข้ามหาลัยครับ แต่ถึงกระนั้นก็เถอะ พวกเขาก็ยังต้องพบเจอกับแวมไพร์และปีศาจสารพัดชนิดอีกตามเคย ก็เข้าข่ายเรียนไปสู้ไปล่ะครับ
ในปีนี้สไตล์จะคล้ายกับปี 2 ครับ แต่เรื่องราวจะใหญ่โตมากขึ้นและน่าติดตามมากขึ้น ตั้งแต่การมาของเฟธ (Eliza Dushku) นักล่าแวมไพร์สาวคนใหม่ที่มาเข้าคู่กับบั๊ฟฟี่ แต่ด้วยความเจ้าอารมณ์ของเธอก็เลยทำให้เกิดปัญหาขึ้นมาในช่วงหลัง
สำหรับปีสองนี้ เรื่องราวยังดำเนินต่อไป บั๊ฟฟี่ (Sarah Michelle Gellar) ต้องกลับมารบกับพวกแวมไพร์อีกครั้ง
ถือเป็นหนังผีในความทรงจำอีกเรื่อง เพราะมันผสมยำความสยอง โหด แหวะ และความฮาเข้าไว้ด้วยกันในระดับที่ไม่เลว
จำได้ตอนหนังเรื่องนี้ออกฉาย รายได้เปิดตัวไม่ได้มากมายอะไรนะ แค่ 19 ล้านเหรียญ จนผมคิดว่าหนังคงไปไม่ได้ไกล แต่ไปๆ มาๆ ดันยืนโรงโกยไปถึง 106 ล้านเสียอย่างนั้น ในใจก็เดาว่ามันต้องมีดีบ้างล่ะครับ ถึงทำได้ขนาดนี้ เพราะปกติหนังที่อาศัยคำพูดปากต่อปากจนดันรายได้ให้ถึงร้อยล้านนี่มักเป็นหนังชีวิตหวังออสการ์อะไรโน่น ไม่ค่อยเกิดกับหนังบู๊เท่าไหร่ ก็เลยลองลิ้มดู ปรากฏว่าชอบครับ
ภาคนี้ออสติน พาวเวอร์และดร.อีวิล ยังต้องมาตีกันต่อไป (Mike Myers รับบททั้งคู่) แต่คราวนี้พวกเขาก็ย้อนเวลาไปตีกันในยุค 60 ครับ เพราะดร.อีวิลย้อนเวลาไปขโมยโมโจของออสติน ออสตินเลยต้องไปตามคืน (โมโจ คือ ขุมพลังแห่งเซ็กซ์ครับ เออ หมกมุ่นจังพี่)
อีกหนึ่งนิยายของ Stephen King ที่ถูกทำเป็นมินิซีรี่ส์ทางทีวี และทำได้ดีจนน่าชื่นชมเอามากๆ เพราะตัวหนังทำได้กระชับ น่าติดตามและสนุกไม่แพ้ในนิยาย