อีกหนึ่งผลงาน Sandra Bullock ในยุคก่อนที่เธอจะมีชื่อเสียงแบบเต็มตัวในหนัง Speed ครับ
อีกหนึ่งผลงาน Sandra Bullock ในยุคก่อนที่เธอจะมีชื่อเสียงแบบเต็มตัวในหนัง Speed ครับ
โดยทั่วไปแล้ว หนังที่เอาตัวละครขโมยซีนเด่นๆ ประจำเรื่องมาทำเป็นภาคแยกนั้น ดีกรีความอร่อยมักลดปริมาณลง ส่วนหนึ่งอาจเพราะสัดส่วนความพอดีในการปรากฏตัวของตัวละครนั้นๆ น่ะครับ
หนังแนวฝนตกขี้หมูไหลนี่การจะทำให้ออกมาดีได้นี่ก็ไม่ง่ายเหมือนกันนะครับ เพราะถ้าเล่าไม่ดีก็จะกลายเป็นออกมามั่ว ดูแล้วมึนแทนที่จะมันส์ หรือไม่ก็จะไม่น่าสนใจแบบตลอดรอดฝั่ง ดูพอได้แค่ตอนแรกๆ แต่พอผ่านไปสักพักกราฟก็อาจจะนิ่งและตกลงในที่สุด
The Lost City เรื่องนี้ตั้งใจจะดูเพื่อผ่อนคลายเลยครับ ไม่คาดหวังอะไรมาก ขอเพียงดูสนุกเพลินก็พอ แล้วผลที่ได้ก็ตามนั้นครับ
เมื่อผมหยิบหนังเรื่อง The Lake House มาพูดถึง หลายคนคงอดไม่ได้ที่จะนึกถึง IL Mare ขึ้นมา
จู่ๆ ผมก็หยิบหนังเรื่องนี้มาดู (หลังจากเอามาดองไว้นานพอดู) ระหว่างดูก็ถามตัวเองว่าอารมณ์ไหนถึงอยากดู แล้วก็พอจะได้คำตอบเลาๆ ว่า สงสัยคงเพราะเห็นข่าวเลือกตั้งของสหรัฐบ่อยมั้ง
ในยุคสมัยที่คำว่า “หนังดี” มีได้หลายนิยาม Gravity อาจไม่ใช่หนังดีที่โดนใจใครหลายๆ คน
ถือเป็นหนึ่งในหนังว่าด้วยโลกอินเตอร์เน็ทเรื่องแรกๆ เลยครับ ตัวเอกคือ แองเจล่า เบนเน็ท (Sandra Bullock) โปรแกรมเมอร์สาวสวย ที่ทั้งวันก็ทำงานขลุกตัวอยู่แต่ในบ้าน ไม่มีโอกาสได้ไปเจอผู้เจอคนเท่าไร จะกินอะไรก็โทรสั่งเอา ทีนี้อยู่มาวันหนึ่งมีคนส่งโปรแกรมแปลกๆ มาให้เธอ ซึ่งเธอก็ไม่สนอะไรเท่าไรครับ คิดว่าเป็นแค่โปรแกรมแฮ็คทั่วๆ ไป
แม้ภาคนี้คะแนนนิยมจะลดลงจากภาคแรก และรายได้ก็ไม่มากเท่าไร แต่ผมกลับโอเคกับภาคนี้แฮะ
หนังร้อยล้านของ Sandra Bullock นะครับ โดยเจ๊เขามาแสดงเป็น เกรซี่ ฮาร์ท เอฟบีไอสาวที่ชอบทำตัวง่ายๆ และชอบลุยกับผู้ร้ายแบบไม่ยั้ง เรียกว่ารักไม่ยุ่งมุ่งแต่งาน จนกระทั่งเกิดคดีมีผู้ร้ายขู่ว่าจะวางระเบิดกลางงานประกวดมิสอเมริกา ทางเอฟบีไอเลยต้องหาใครสักคนแฝงตัวเข้าไปในกองประกวด เพื่อจับตาผู้ต้องสงสัยและคอยทำหน้าที่พิทักษ์เหล่าสาวสวยทั้งหลายด้วย… และหวยก็มาลงที่เกรซี่ ฮาร์ทครับ