ป้ายกำกับ: Robin Wright

The Girl with the Dragon Tattoo (2011) พยัคฆ์สาวรอยสักมังกร

ไม่รู้ว่าจะได้ดูภาคต่อของฉบับนี้เมื่อไรน่ะนะครับ แต่ก็ไม่เป็นไร เพราะอย่างน้อยภาคแรกนี่ก็ถือว่าทำออกมาได้เข้มข้น นำเสนอเรื่องราวได้ดี และคู่ควรแก่การดูซ้ำอยู่เหมือนกัน

Zack Snyder’s Justice League (2021) จัสติซ ลีก ของ แซ็ค สไนเดอร์

ดูจบไปแล้วหนึ่งรอบครับ และคงต้องซ้ำอีกรอบในเวลาไม่นาน ถ้าถามว่าชอบไหม ก็ตอบได้ว่า “ผมชอบนะ” หนังจัดว่าสนุกดีแม้จะกินเวลา 4 ชั่วโมงก็เถอะ แต่หากใครที่ชื่นชอบเรื่องราวของเหล่าซูเปอร์ฮีโร่ของ DC ผมว่าหนังน่าจะคุ้มเวลาในการดูสำหรับท่านครับ

A Christmas Carol (2009) อาถรรพ์วันคริสต์มาส

นี่น่าจะเป็นอีกหนึ่งรีวิวที่ผมจะไม่ร่ายยาวนะครับ เพราะชีวิตนี้ดูหนังที่ดัดแปลงจากวรรณกรรม A Christmas Carol ของ Charles Dickens ไปถึง 4 เวอร์ชั่นแล้ว (คือของปี 1984, 1999 แล้วก็ Scrooged ที่เปลี่ยนเหตุการณ์มาเกิดในยุคปัจจุบันนำแสดงโดย Bill Murray แล้วก็ Ms. Scrooge หนังปี 1997 ที่เปลี่ยนเพศคุณสครูจจอมตืดให้กลายเป็นผู้หญิงแทน อันนี้แสดงโดย Cicely Tyson) และ A Christmas Carol ฉบับแอนิเมชั่นของ Robert Zemeckis นี่ก็จะเป็นเวอร์ชั่นที่ 5 พอดีครับ

State of Play (2009) ซ่อนปมฆ่า ล่าซ้อนแผน

ช่วงหลายปีที่ผ่านมา Russell Crowe แกเล่นหนังดีๆ เอาไว้เยอะครับ เสียดายแต่ว่าหนังเหล่านั้นไม่ค่อยดังและไม่ทำเงินสักเท่าไร อย่างเรื่องนี้ก็เข้าอีหรอบนั้นเหมือนกัน

Blade Runner 2049 (2017) เบลด รันเนอร์ 2049

ผมเคยมองว่า Blade Runner เป็นหนังที่มาก่อนกาลเวลา เลยทำให้หนังไม่ทำเงินมากมายเท่าที่ควร แต่มาระยะหลังผมเริ่มมองว่ามันเป็นหนังเฉพาะกลุ่ม กล่าวคือมีคนดูหนังแบบนี้อยู่ทุกยุคทุก Generation นั่นแหละครับ เพียงแต่ปริมาณคนชอบอาจไม่ได้มากมายเท่าหนังตลาดเท่านั้นเอง

Wonder Woman (2017) วันเดอร์ วูแมน

สารภาพว่ารอเวลาแบบนี้มานานมากๆ ครับ เวลาที่จะได้ถวายสามดาวให้กับหนังฮีโร่จากฟาก DC และพูดได้เต็มปากเต็มคำว่าหนังฮีโร่่ DC มีดีควรค่าแก่การรับชม

Forrest Gump (1994) ฟอร์เรสต์ กัมพ์ อัจฉริยะปัญญานิ่ม

ดีกรีรางวัลก็แทบไม่ต้องพูดถึงล่ะครับ คว้าไป 6 ตัวรวมทั้งภาพยนตร์ยอดเยี่ยมประจำปีด้วย กับเรื่องราวของนายฟอร์เรสต์ กัมพ์ (Tom Hanks) ชายหนุ่มผู้ใสซื่อ มีชีวิตดั่งขนนกที่ลอยตามลมครับ ลมพัดไปทางไหน เขาก็ไปทางนั้น นั่นทำให้ชีวิตของเขาได้เจอกับอะไรที่หลากหลายเอามากๆ ได้เจอกับบุคคลสำคัญหลายราย ได้พบกับเหตุการณ์มากมาย และนั่นก็ทำให้หนังเรื่องนี้ น่าติดตามไปตลอด 140 นาทีเลยทีเดียว