The Last Gunfight คือชื่อเกมการแข่งขันที่ให้คนมาประลองกันแบบถึงตาย และหากใครสามารถเอาชนะเกมนี้ได้ เงินรางวัล $25 ล้านเหรียญก็จะตกเป็นของผู้นั้น
The Last Gunfight คือชื่อเกมการแข่งขันที่ให้คนมาประลองกันแบบถึงตาย และหากใครสามารถเอาชนะเกมนี้ได้ เงินรางวัล $25 ล้านเหรียญก็จะตกเป็นของผู้นั้น
หนังแนวตลกสไตล์ฝนตกขี้หมูไหลบวด้วยความยียวนกวนบาทาของผู้กำกับ Guy Ritchie ครับ
แมรี่ (Taraji P. Henson) มือสังหารสาวได้ยื่นมือเข้าช่วยเหลือแดนนี่ (Jahi Di’Allo Winston) เด็กกำพร้าที่ถูกกดขี่โดยชายคนหนึ่ง (Xander Berkeley) แล้วจากนั้นเธอก็พยายามดูแลเขาครับ แต่มันก็ไม่ง่ายอยู่แล้วล่ะ ยิ่งเธอคิดจะล้างมือก็ยิ่งไม่ง่ายหนักขึ้นไปอีก เพราะเจ้านายของเธออย่างเบนนี่ (Danny Glover) ไม่เห็นด้วยแบบสุดๆ งานนี้เธอเลยต้องสะบัดกระบอกปืนเพื่อปกป้องตนเองและแดนนี่ให้พ้นภัย
จุดที่ถือว่าเข้าท่าของ The Legend of Hercules คือภาพสวยๆ คมๆ ตามด้วยฉากการต่อสู้ย้อนยุค อารมณ์ประมาณ Immortals น่ะครับ (ยังไม่โดดเด่นถึงขั้น 300)
การท่องคาถา “อย่าคาดหวังมากนะเออ” ถือเป็นเคล็ดที่ขาดไม่ได้ยามจะดูหนังภาคต่อสักเรื่อง โดยเฉพาะภาคต่อที่ภาคแรกดันทำไว้เทพมากๆ
ถือเป็นการรีเมกที่ว่องไวมากครับ เพราะ REC หนังต้นฉบับจากสเปนออกฉายเมื่อปี 2007 พอมันออกมาดังก็เลยเป็นที่สนใจครับ แล้วไหนจะได้กระแสหนังแฮนด์เฮลด์แบบ Cloverfield มาช่วยกระพืออีก เลยมีเสือปืนไวไปซื้อลิขสิทธิ์มาทำเป็นเวอร์ชั่นมะกันทันที… สมัยนี้ใครดีใครได้จริงๆ แฮะ
จิล ยัง (Charlize Theron) สูญเสียแม่ไปตั้งแต่เธอยังเล็กๆ ครับ เช่นเดียวกับ โจ กอริลล่าขนาดยักษ์ที่ต้องเสียแม่ไปเมื่อมันยังเด็กเช่นกัน ทั้งสองเลยอยู่ร่วมกันเหมือนพี่น้องในป่าเขาลำเนาไพร
ผมว่าพล็อตเท่ห์มากนะครับ 4 นักบินอวกาศวัยเก๋ารวมตัวกันทะยานฟ้าอีกหนเพื่อภารกิจสำคัญ สำหรับผมนี่คือ 4 ดาราเก๋ามารวมทีมกันก็ได้ใจแล้วครับ
คอหนังรุ่นเก่าหลายคนคงคุ้นเคยกับซีรี่ส์ “สิงห์สำอางค์” ที่ Roger Moore นำแสดงนะครับ เรียกว่าก่อนเขาจะมาดังไปกับบทเจมส์ บอนด์ยุคอุปกรณ์เยอะนั้น เขาก็ดังมาจากบทไซม่อน เทมปลาร์ นักจารกรรมที่เชี่ยวชาญด้านการปลอมแปลงตัวเอง ซึ่งหนังก็สร้างจากนิยายยอดนิยมของ Leslie Charteris
บางครั้งคนรักหนังไม่ได้ต้องการอะไรนอกจากหนังดูสนุกซักเรื่อง ส่วนจะใหม่หรือไม่ก็ไว้ว่ากันอีกที