ยอมรับว่าก่อนดูนี่ไม่คาดหวังเลยครับ เพราะลึกๆ แล้วก็คิดว่ายังไงมันคงไม่สนุกกวนโอ๊ยเท่าเวอร์ชั่นการ์ตูนดั้งเดิมที่เคยดูมาตั้งแต่หลายสิบปีก่อน แต่ครั้นพอได้ดูไปสักครึ่งเรื่องก็รู้สึกโอเคกับหนังมากกว่าที่คิดแฮะ
ยอมรับว่าก่อนดูนี่ไม่คาดหวังเลยครับ เพราะลึกๆ แล้วก็คิดว่ายังไงมันคงไม่สนุกกวนโอ๊ยเท่าเวอร์ชั่นการ์ตูนดั้งเดิมที่เคยดูมาตั้งแต่หลายสิบปีก่อน แต่ครั้นพอได้ดูไปสักครึ่งเรื่องก็รู้สึกโอเคกับหนังมากกว่าที่คิดแฮะ
หลักๆ นี่ดูเพราะพี่ Nicolas Cage เลยครับ แต่ขณะเดียวกันก็ไม่คาดหวังมาก ครั้นพอได้ดูก็รู้สึกว่าหนังพอได้ครับ ดูเพลินๆ บันเทิงแบบไม่เลว
ผมอาจจะไม่ได้ปลื้ม Those Who Wish Me Dead มากนักนะครับ แต่ผมดีใจนะที่มีการสร้างหนังเรื่องนี้ออกมา
ระหว่างดู X-Men ภาคนี้ผมก็นึกถึงเรื่องๆ หนึ่งขึ้นมาในหัวครับ… ผมนึกถึงประเด็นที่ว่า “ข่าวๆ หนึ่ง มีรสชาติแตกต่างกันออกไปยามที่ทีวีแต่ละช่องรายงานข่าวนั้นๆ”
“ล่าบ้าคลั่ง มันส์สะใจ” น่าจะเป็นคำจำกัดความที่เหมาะกับหนังที่สุดครับ
Young Ones มาพร้อมพล็อตที่น่าสนใจไม่น้อยครับ เรื่องของโลกอนาคตที่ “น้ำ” กลายเป็นของหายาก แผ่นดินแห้งแล้งไร้ชีวิต ผู้คนจึงพากันแย่งชิงครอบครอง “น้ำ” ซึ่งมีค่ากว่าทองคำซะอีก (เพราะขาดทองยังอยู่ได้ แต่ขาดน้ำก็ถึงตายน่ะครับ ^_^)
หนังไซไฟดราม่าผสมโรแมนติกที่ชวนให้นึกถึงวรรณกรรมอย่าง Utopia มาเจอกับหนังอย่าง Gattaga ครับ ซึ่งจะว่าไปพล็อตก็ถือว่าน่าสนใจอยู่ไม่น้อย
การกลับมาของ X-Men ภาคนี้ก็เหมือนผู้ชมจะมีความคิดเห็นผสมๆ กันไปนะครับ มีทั้งที่โอและไม่โอกับภาคนี้ ซึ่งก็ถือเป็นเรื่องความชอบของแต่ละคนครับ คนเรามีสิทธิ์แสดงความชอบหรือไม่ชอบหนังที่เราดูได้อยู่แล้ว ^_^
X-Men: Days of Future Past ทำการแก้ลำเรื่องราวของหนังชุดนี้อย่างได้ผลครับ หลังจากที่หลายภาคที่ทำออกมาก่อนหน้า ทำแล้วมีจุดขัดกันเองหรือไม่กลมกลืนอยู่หลายอย่าง
มอบตำแหน่งให้เป็นหนังเยี่ยมยุทธ์ที่สุดในบรรดาหนังชุด X-Men และดีเด่นไม่แพ้ Spider-Man 2 ที่ผมยกให้เป็นหนังที่สร้างจากการ์ตูน Marvel ได้แจ๋วที่สุด