หนังเรื่องนี้จัดว่ามีดี เข้าท่ากว่าที่คิดเอาไว้เยอะ
หนังเรื่องนี้จัดว่ามีดี เข้าท่ากว่าที่คิดเอาไว้เยอะ
จำหนังเรื่องนี้ได้ไหมครับ? (ใครตอบจำได้ ระวังโดน “ดักแก่” นะครับ 555 )
เป็นหนังในความทรงจำอีกเรื่องครับ จำได้ตอนนั้นผมกำลังจะไปเรียน ร.ด. กับเพื่อนๆ เราเรียนกันช่วงบ่าย ตอนเช้าก็นัดเจอกันที่บ้านเพื่อนคนหนึ่ง ระหว่างรอให้คนมากันครบเราก็นั่งดูหนังทาง HBO ฆ่าเวลาไปพลาง พอดีเรื่องนี้ฉายครับ แล้วเพื่อนคนหนึ่งก็บอกว่า “เฮ้ย เรื่องนี้สนุก” พวกเราก็เลยดูกันเล่นๆ ครับ แต่ไปๆ มาๆ นั่งดูจนหนังจบ พร้อมสรุปความเห็นตรงกันว่า “เออ มันสนุกจริงๆ”
The Postman เป็นหนังที่ล้มคว่ำโครมใหญ่ที่สุดเรื่องหนึ่งครับ ลงทุนระดับ $80 ล้าน แต่ได้คืนมาไม่ถึง $20 ล้าน โดนกระหน่ำสับเป็นบะช่อก็ว่าได้
ขอยกให้ Draft Day เป็นหนังเข้มข้นเกินคาดแห่งปีครับ
ผมเชื่อว่าคอหนังที่โตมากับยุค 90 น่าจะจำหนังเรื่องนี้ได้ครับ เพราะก่อนการมาของ Titanic นั้น Waterworld ได้ชื่อว่าเป็นหนังลงทุนสูงที่สุดนั่นคือประมาณ 175 ล้านเหรียญ (ยังไม่รวมงบโฆษณานะครับ) และผลลัพธ์ที่ได้คือหนังไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร ทำไป 264 ล้านจากทั่วโลก
โจ แดร์โรว์ (Kevin Costner) คุณหมอประจำห้องฉุกเฉินที่สูญเสียภรรยาสุดที่รักอย่างเอมิลี่ (Susanna Thompson) ไปกับอุบัติเหตุทางรถยนต์ ขณะที่เธอกำลังเดินทางกลับมาเพื่อหลบให้พ้นจากเขตอันตราย (เนื่องจากเธอไปทำงานอาสาช่วยคนที่แดนกันดารครับ)
หนังประเภทสร้างแรงบันดาลใจจากเรื่องจริงแบบนี้เป็นอะไรที่เข้าทางสำหรับผมอยู่แล้วครับ มีมาเมื่อไรต้องดูเสมอ และสำหรับหนังเรื่องนี้ก็พูดได้เต็มปากว่าคุ้มค่าแก่การรับชมมากมายครับ
ซึ่งนี่ก็เป็นผลงานกำกับเรื่องต่อมาของ เจ้าเดียวกับที่เคยทำหนังรักดีๆ อย่าง When a Man Loves a Woman เรื่องนั้นคนชอบกันเยอะครับ ผมยังชอบเลย ส่วนเรื่องนี้นะครับ ก็เป็นแนวโรแมนติกอีกนั่นแหละ สร้างจากหนังสือของ Nicholas Sparks แล้วก็เป็นโรแมนติกแบบชีวิตๆ อีกต่างหาก แต่ดีกรีความซาบซึ้งมันไม่มากเท่าเรื่องก่อนหน้าซักเท่าไหร่
เพิ่งมาพบว่าหนังที่ผมเอามาดูซ้ำบ่อยที่สุดเมื่อปีที่แล้วคือ Man of Steel จะว่าชอบก็ใช่ แต่มุมที่ไม่ชอบก็มีเหมือนกัน