ป้ายกำกับ: Jim Broadbent

A Boy Called Christmas (2021) เด็กชายที่ชื่อคริสต์มาส

A Boy Called Christmas เล่าเรื่องราวของหนุ่มน้อยนิโคลัส (Henry Lawfull) กับการออกเดินทางฝ่าป่าเขาลุยหิมะไปตามหาพ่อ (Michiel Huisman) ที่เงียบหายไปหลังรับภารกิจหาหมู่บ้านภูตเอลฟ์ที่ชื่อว่า เอลฟ์เฮล์ม แล้วนั่นล่ะครับคือจุดเริ่มต้นของการผจญภัยแห่งคริสต์มาส

Dolittle (2020) ด็อกเตอร์ ดูลิตเติ้ล

ตอนแรกตอนได้ข่าวว่าจะสร้างก็รู้สึกอยากดูอยู่ครับ ครั้นพอได้ดูตัวอย่างแรกก็เริ่มรู้สึกเฉยๆ รู้สึกเหมือนว่าหนังมันดูเรียบๆ เรื่อยๆ ยังไงพิกล (ดูไม่ค่อยมีสีสันหรือลูกเล่นน่ะครับ) แต่ของแบบนี้ก็ต้องดูแบบเต็มเรื่องถึงจะสรุปได้ว่าเราจะโอเคกับมันหรือไม่อย่างไร

Indiana Jones and the Kingdom of the Crystal Skull (2008) ขุมทรัพย์สุดขอบฟ้า 4 ตอนอาณาจักรกะโหลกแก้ว

รู้ไหมครับว่าผมต้องใช้เวลาราวหนึ่งวันกว่าจะมานั่งเขียนถึงอินดี้ภาค 4 นี่ได้ เพราะตอนดูจบรอบแรกแล้วอารมณ์มันกึ่มๆ ใช้ได้เหมือนกัน

Bridget Jones’s Baby (2016) บริดเจ็ท โจนส์ เบบี้

ปี 2016 นี่คงกลายเป็นอีกปีแห่งความทรงจำของผมเลยครับ อย่างที่ผมเคยตั้งชื่อไว้ว่าเป็น “ปีแห่งหนังภาคต่อข้ามทศวรรษ” เพราะเราได้เจอหนังภาคต่อที่สร้างห่างจากภาคที่แล้วเกิน 10 ปี เจอเยอะที่สุดเท่าที่เคยมีมา

Paddington (2014) แพดดิงตัน คุณหมี หนีป่ามาป่วนเมือง

Paddington จัดเป็นหนังน่ารักดูสนุกทีเดียวครับ เรียกว่าใครชอบ Stuart Little ล่ะก็ ต้องดูเรื่องนี้ให้ได้เลยล่ะครับ ความน่ารักน่าติดตามถือว่าไม่น้อยหน้ากว่ากันจริงๆ

The Legend of Tarzan (2016) ตำนานแห่งทาร์ซาน

นอกจากหนัง Harry Potter ภาค 5 – 7.2 แล้วผมก็ยังไม่เคยได้สัมผัสฝีมือของผู้กำกับ David Yates อีกเลยครับ (รู้ว่าพี่แกเคยกำกับหนังทีวีอยู่บ้าง แต่ก็ไม่มีโอกาสได้ชม)

Big Game (2015) บิ๊กเกม เกมล่าประธานาธิบดี

Big Game เป็นหนังมันส์ๆ โม้ๆ ที่ดูเอาเพลินก็ไม่เลวครับ ความยาวก็ไม่มาก แค่ชั่วโมงครึ่งเท่านั้นเอง (ถ้าเป็นตัวหนังอย่างเดียวน่าจะแค่ 80 นาที นอกนั้นเป็น End Credits)

Hot Fuzz (2007) โปลิศ โคตรแมน

Hot Fuzz เป็นหนังที่เจ๋งอย่างเหลือเชื่อครับ มันผสมความเป็นหนังตำรวจคู่หู+แอ็กชันเท่ห์ๆ+สืบสวน+ระทึกขวัญ+ฮา ได้อย่างโคตรกลมกล่อม จนผมเอามาดูซ้ำทุกๆ 2 เดือนตั้งแต่ซื้อมา (10 ปีเห็นจะได้)