นี่คือหนังไซไฟสายฮาที่เหมาะสำหรับคอหนังมนุษย์ต่างดาวเป็นอย่างยิ่งครับ
นี่คือหนังไซไฟสายฮาที่เหมาะสำหรับคอหนังมนุษย์ต่างดาวเป็นอย่างยิ่งครับ
ออกตัวว่าไม่ถึงกับเป็นแฟนเจ้าสพันจ์บ็อบครับ ประมาณว่าเปิดให้ลูกดูแล้วเราก็นั่งดูด้วย ก็ฮาดีเพลินดีและต๊องดี ดูแบบไม่คิดมากก็คลายเครียดดีเหมือนกัน
ตอนแรกผมเองก็ไม่ได้คิดว่าจะเพลินกับ Mr. Mom น่ะนะครับ เพราะมองจากหน้าหนังแล้วก็น่าจะเป็นหนังเบาสมองรุ่นเก่าอีกเรื่องที่คงจะขายฮาเป็นหลัก แต่ไปๆ มาๆ หนังถือว่าจับประเด็นมาเล่นได้ดี และในแง่ความสนุกก็ถือว่าไม่เลวด้วย
นี่ถือเป็นหนึ่งในหนังแห่งความทรงจำสำหรับผมเลยครับ เพียงแต่ “ความทรงจำ” ที่ว่านี่ อาจจะมีรายละเอียดที่แปลกๆ สักหน่อยเท่านั้นเอง
ชอบมากกว่าที่คิดแฮะเรื่องนี้ สนุกดีครับ ตัวการ์ตูนออกแบบได้น่ารัก ดูเพลิน ความฮามาเรื่อยๆ เนื้อเรื่องแม้จะพอเดาได้แต่ก็น่าติดตาม และประเด็นสาระก็ถือว่าดีทีเดียว
ผมสนใจหนัง The D Train นี่ตั้งแต่ตอนดูตัวอย่างครับ ที่สนอย่างแรกเพราะ Jack Black นำแสดง และพล็อตมันก็ดูเป็นหนังตลกที่สามารถสอดแทรกสาระดีๆ ลงไป อีกทั้งยังสร้างความประทับใจได้อีกต่างหาก
การกลับมาของเหล่าเพื่อจอมแฮงค์ที่คราวนี้สตู (Ed Helms) กำลังจะแต่งงานอีกครั้งกับลอเรน (Jamie Chung) สาวน้อยสุดน่ารัก ซึ่งงานแต่งก็มาจัดกันที่เมืองไทยครับ และคืนก่อนแต่งก็ดันมีเรื่องให้ก๊วนนี้แฮงค์กันอีกรอบตามระเบียบ แล้วแฮงค์ไม่แฮงค์เปล่าครับ พวกเขายังทำน้องชายเจ้าสาวหายไปอีกด้วย งานนี้พวกเขาเลยต้องหาทางไขปริศนาให้ทันว่าเมื่อคืนนี้ไปทำอะไรกันมาบ้าง ก่อนงานแต่งจะเริ่มขึ้นในอีกไม่ถึง 24 ชั่วโมง
ขอออกตัวก่อนครับว่าไม่ใช่แฟนหนัง The Hangover ภาคแรกดูแล้วก็โอเคแต่ก็ไม่ได้ปลื้มมาก ภาค 2 ออกแนวดูได้สนุกดี ครั้นมาภาค 3 ก็รู้สึกดูได้เรื่อยๆ แต่ก็ไม่ได้ติดใจอะไร
ยังจำ “มุขเจล” ในตำนานได้ไหมครับ
โปรเจคท์หนังตลกร้ายที่นาย Kevin Williamson หมายมั่นอยากทำมานานมากครับ หลังจากสร้างชื่อไปมหาศาลกับงานเขียนบทหนังสยอง Scream และ I Know What You Did Last Summer ไหนจะซีรี่ส์ Dawson’s Creek อีก เรียกว่าพอพี่เขามีอำนาจต่อรองมากขึ้นก็เลยได้เอาบทหนังเรื่องนี้ทำมาสมใจ ซ้ำยังได้นั่งเก้าอี้กำกับเป็นครั้งแรกด้วย