ป้ายกำกับ: Jane Seymour

Little Italy (2018) ลิตเติ้ล อิตาลี

ก่อนจะดูเรื่องนี้ ผมได้ดู Just Go with It ที่พี่ Adam Sandler เล่นกับ Jennifer Aniston แล้วผมก็ออกแนวเรื่อยๆ ไม่ได้ชอบอะไรมาก ก็เดาว่าผมคงไม่ทางสำหรับหนังเรื่องนั้น – ครั้นพอมาดูเรื่องนี้ อันเป็นหนังที่ทำรายได้น้อยกว่าเรื่องนั้นแบบคนละลีค (เรื่องนั้นได้ทั่วโลกไป $200 กว่าล้าน ส่วนเรื่องนี้ $2 ล้านยังไม่ถึงเลยครับ) อีกทั้งคำชมก็ดูเหมือนจะน้อยกว่าเรื่องนั้น แต่กลายเป็นว่าผมโอเคกับหนังเรื่องนี้แฮะ

Irish Wish (2024) ฝันรักไอร์แลนด์

แม็ดดี้ เคลลี่ (Lindsay Lohan) บก. สาวที่แอบชอบนักเขียนเพื่อนร่วมงานอย่างพอล เคนเนดี้ (Alexander Vlahos) แต่แล้วพอลกลับไปตกหลุมรักเอ็มม่า เทย์เลอร์ (Elizabeth Tan) เพื่อนของเธอจนถึงขั้นขอแต่งงานครับ แม็ดดี้ก็เลยได้แต่กล้ำกลืนความรู้สึกเอาไว้ และเดินทางไปร่วมงานแต่งที่ไอร์แลนด์

A Royal Christmas (2014)

A Royal Christmas อีกหนึ่งหนังประจำเทศกาลคริสต์มาสของปีที่แล้วจากค่าย Hallmark กับเรื่องของ เอมิลี่ เทย์เลอร์ (Lacey Chabert) ที่พบว่าแท้จริงแล้วคนรักของเธอคือเจ้าชายเลียวโพลด์แห่งประเทศคอร์ดิเนีย (Stephen Hagan) แล้วจากนั้นเขาพาเธอไปเฝ้าเสด็จแม่ในวัง

High Strung (2016) จังหวะนี้หยุดโลก

ถือเป็นหนังอีกเรื่องที่มาในทางเดียวกับ Step Up ครับ เรื่องของพระ-นางที่มีความสามารถในเชิงดนตรีที่มาจากโลกที่ต่างกัน ได้มารู้จักกัน และเกิดความรักต่อกัน

The Phantom of the Opera (1983) ปีศาจแห่งโรงละครโอเปร่า

เป็นตำนานของปีศาจอีกตนที่ถูกนำมาสร้างแล้ว สร้างอีกหลายรอบมาก ส่วนที่ผมกำลังจะเล่านี้ก็เป็นหนึ่งในหลายๆ รอบนั้น แต่ไม่ใช่เวอร์ชั่นที่น่าจดจำชวนประทับใจหรอกนะครับ

Somewhere in Time (1980) รักเอย…ไม่เคยเลยลับ

Somewhere in Time เป็นหนังรักกินใจอมตะอีกเรื่องครับ กับเรื่องของ ริชาร์ด (Christopher Reeve ผู้ล่วงลับ) นักเขียนหนุ่มที่จู่ๆ ก็มีหญิงชราเดินมามอบนาฬิกาให้ และบอกว่า “โปรดกลับมาหาฉันนะ”

The Magic Sword: Quest for Camelot (1998) ดาบกายสิทธิ์ คาเมล็อตผจญภัย

นี่เป็นหนังการ์ตูนที่ Warner Bros. หมายมั่นมากเลยนะครับ กะเอามาตีตลาด แชร์มาร์เก็ตกับ Walt Disney โดยมีเรื่องนี้เป็นหัวหอกนำหน้า แล้วผลที่ได้คือ ล่มครับผม

Are You Lonesome Tonight (1992) พิศวาสสีเลือด

เอาหนังทีวีเก่าๆ มาแนะนำกันนะครับ ก็ด้วยอารมณ์รำลึกอดีตอีกตามเคยล่ะครับ สมัยก่อนตอนที่ค่าย CVDI ยังเรืองอำนาจน่ะนะครับ (เพราะตอนนี้อำนาจเริ่มหดหายแล้วครับ ลิขสิทธิ์หนังมากมายหลุดไปอยุ่กับค่าย Pacific และ Catalyst หมดแล้ว) แต่สมัยก่อนตอนที่เขายังผูกขาดอยู่นั้น หนังสารพัดก็ไหลมาที่นี่ที่เดียวครับ หนังใหญ่หนังเล็กก็ได้ดูจากที่นี่แหละ ซึ่งสมัยนั้นตอนเด็กๆ ผมก็ไม่รู้หรอกครับ เอามาดูหมด หนังโรงหนังทีวี มีเกรดไม่มีเกรดไม่รู้เท่าไหร่ ก็ดูๆๆๆ ไป ด้วยความสนุกสนาน

Live and Let Die (1973) พยัคฆ์มฤตยู 007

เจมส์ บอนด์ตอนที่แล้ว (Diamonds Are Forever) ประสบความสำเร็จมหาศาล ส่วนสำคัญก็ด้วยพลังดาราของ Sean Connery ทำให้คู่หูผู้สร้างอย่าง Albert R. Broccoli และ Harry Saltzman พยายามหว่านล้อมให้เขากลับมาเล่นเป็นบอนด์ต่อไป ถึงขั้นเสนอค่าตัวให้ถึง 5.5 ล้านเหรียญ แต่คราวนี้ยังไง Connery ก็โบกมืออำลา ยืนกรานว่าจะไม่กลับมาเป็นเจมส์ บอนด์อีก