2 พี่น้อง (คนละแม่ แต่พ่อเดียวกัน) ต้องมาร่วมมือกันไขคดีการตายอย่างลึกลับของพ่อ อันนำมาสู่การลุยสุดระห่ำที่ทำเอาฮาวายแทบระเบิด
2 พี่น้อง (คนละแม่ แต่พ่อเดียวกัน) ต้องมาร่วมมือกันไขคดีการตายอย่างลึกลับของพ่อ อันนำมาสู่การลุยสุดระห่ำที่ทำเอาฮาวายแทบระเบิด
เนต (Jack Quaid) คือเจ้าหน้าที่ธนาคารที่พบรักกับเชอร์รี่ (Amber Midthunder) ที่ทำงานอยู่ที่เดียวกัน แต่แล้ววันหนึ่งที่นั่นถูกปล้นครับ แล้วโจรก็จับเชอร์รี่ไป เนตเลยออกโรงตามไปช่วยเชอร์รี่ให้พ้นเงื้อมมือโจร… และอีกเรื่องหนึ่งที่ควรรู้คือ เนตเป็นคนไม่รู้จักเจ็บครับ คือเขาไม่สามารถรับรู้ความเจ็บปวดได้แบบคนทั่วไป และนั่นแหละคือจุดที่ทำให้หนังเรื่องนี้มาพร้อมความมันส์
หนังแนวโจรกรรมเหนือเมฆที่งานนี้เหนือเมฆของจริงครับ เพราะต้องไปปล้นไปลุยกันกลางอากาศ
ข้อคิดสำคัญของหนังเรื่องนี้เลยก็คือ เวลาท่านไปเที่ยวไหน – ไม่ว่าจะที่ไหนก็ตาม – หากท่านเจอเขตที่เขาห้ามเข้า หรือเจอห้องที่ล็อคไว้แล้วปิดป้ายห้ามเข้า เราก็แค่อย่าเข้าครับ ไม่ต้องไปสนใจมันเลย ใครจะท้าอย่าไปแคร์ หรือเพื่อนคนไหนของเราเกิดบ้าอยากจะเปิดให้ได้ เราก็เดินออกจากตรงนั้นเลยครับ อย่าไปแจม เพราะถ้าซวยน้อยหน่อยก็คือเจอข้อหาบุกรุก แต่ถ้าซวยมากคือเจอผีตามฆ่าแบบในเรื่องนี่แหละ
ถ้าจะให้นิยาม Let It Snow แบบลัดสั้นที่สุดก็คงเป็นว่า “นี่คือ Love Actually เวอร์ชั่นวัยรุ่นอเมริกัน” ครับ
ผมดู Spider-Man ภาคนี้ไป 2 รอบครับ รอบแรกดูในฐานะหนังปิดเฟส 3 ของจักรวาล Marvel เป็นการดูต่อจาก Avengers: Endgame ส่วนรอบ 2 เป็นการเอามาดูต่อกันตั้งแต่ฉบับ Tobey ต่อด้วย Andrew ดูเพื่อเตรียมไปสนุกกับภาค No Way Home
กลับมาหนนี้ถือว่าเข้าเป้าและเวิร์กมากๆ เลยล่ะครับ พูดได้เต็มปากว่าผมชอบแบบที่เคยชอบ Spider-Man 2 ภาคแรก (อาจจะชอบในคนละแบบ แต่หากสรุปคะแนนในใจก็คือชอบไม่น้อยไปกว่ากัน) ถือเป็นการรีบูทใหม่ที่ประสบความสำเร็จเลยล่ะครับ เพราะหนังดูสนุก เพลิน ลงตัวในแบบของมัน