ไม่นึกเหมือนกันนะครับว่าหนังจะเดินมาถึงภาค 3 และถ้ามองในแง่รายได้แล้วก็ถือว่าหนังทำเงินในระดับที่น่าพอใจทุกภาคด้วย
ไม่นึกเหมือนกันนะครับว่าหนังจะเดินมาถึงภาค 3 และถ้ามองในแง่รายได้แล้วก็ถือว่าหนังทำเงินในระดับที่น่าพอใจทุกภาคด้วย
อันว่าหนังแอ็กชันภาคต่อที่เด็ดขาดสนุกเท่าภาคแรกนั้น เอาเข้าจริงๆ ก็มีไม่เยอะเท่าไรครับ ส่วนหนึ่งเพราะภาคแรกถ้าไม่แน่จริงก็คงไม่สามารถก่อให้เกิดภาคต่อได้ ดังนั้นภาคแรกก็ต้องมีดีมากประมาณหนึ่ง ดังนั้นการจะทำภาคต่อนั้น อย่าว่าแต่จะให้ดีกว่า เอาแค่ให้ดีเท่าเทียมก็ถือเป็นงานใหญ่แล้ว
หนังเรื่องนี้ทำให้ผมหลุดปากออกมาระหว่างดูเลยครับว่า “อะไรของมันกันเนี่ย?”
สบายใจ๊ สบายใจครับดูหนังเรื่องนี้ ดูจากพล็อตมันก็คงไม่มีอะไรซับซ้อนมากอยู่แล้วล่ะครับ สร้างจากหนังสือผจญภัยสำหรับเด็กชื่อเดียวกับหนังของ Wendy Orr กับเรื่องของหนูน้อยนิม (Abigail Breslin) กับคุณพ่อแจ๊ค รูโซ (Gerard Butler) ที่พากันย้านถิ่นฐานจากเมืองใหญ่มาอยู่เกาะครับ โดยคุณพ่อแจ๊คน่ะก็มาทำงานค้นคว้าวิจัยหวังว่าจะได้เจอสิ่งมีชีวิตสายพันธุ์ใหม่ แล้วก็ตั้งใจว่าจะตั้งชื่อเจ้าสิ่งมีชีวิตที่เจอว่า “นิม” ตามชื่อลูกสาวตัวน้อย
ได้ดูครบซะทีครับสำหรับ “หนังประสานงาประจำปี” ที่เอาทำเนียบขาวมาถล่มเล่น ผมนั้นดู White House Down ก่อน ก็รู้สึกว่าหนังดูได้เรื่อยๆ แต่ก็ไม่ได้ติดใจเป็นพิเศษ โดยที่ Olympus นี่ดูทีหลัง แต่ก่อนดูก็แอบคิดในใจว่าเรื่องนี้คงสนุกกว่า เพราะอย่างน้อยดาราก็ไว้ใจได้ โทนก็ดูน่าจะสมจริง
จำได้ว่าตอนหนังเข้าฉายนั้นมีการโปรโมตโฆษณากันพอสมควรครับ จนผมเองก็ยังคิดว่าเป็นหนังใหญ่ ยิ่งช่วงนั้น The Mummy ก็กำลังมีกระแส เลยพลอยคิดว่าหนังคงทำออกมาฉายชนกันแบบยักษ์ชนยักษ์ แต่ที่ไหนได้หนังคนละเกรดเลยครับ
บอกตรงๆ นะครับ… ผมเห็นใจไคลด์ เชลตัน (Gerard Butler) พระเอกของเรื่องอยู่เหมือนกัน
ถ้าว่ากันถึงองค์ประกอบแล้ว หนังเรื่องนี้มีครบสำหรับหนังภัยพิบัติครับ คือมีตัวละครฮีโร่กู้โลก มีภาพภัยพิบัติ ภาพระเบิด ภาพตึกถล่ม มีเงื่อนไขที่เป็นหายนะระดับโลก และที่ขาดไม่ได้คือมีเหตุให้เราลุ้นจนนาทีสุดท้าย
ดูเหมือนว่าบรรดาผู้กำกับจากสำนัก The X-Files จะทำหนังที่มีพล็อตธรรมดาสามัญเหมือนชาวบ้านไม่ค่อยได้เลยนะครับ
สำหรับคอหนังที่ชอบแนวแฟนตาซีตีกันและเอามันส์เป็นสรณะละก็ ผมว่าเรื่องนี้เหมาะแก่การดูด้วยอารมณ์ที่ว่านั่นมากๆ ครับ