แคทเธอรีน คาร์เตอร์ (Famke Janssen) ประสบอุบัติเหตุจนโคม่า แม้เธอจะคืนสติแต่ก็ยังขยับตัวไม่ได้ และพูดไม่ได้
แคทเธอรีน คาร์เตอร์ (Famke Janssen) ประสบอุบัติเหตุจนโคม่า แม้เธอจะคืนสติแต่ก็ยังขยับตัวไม่ได้ และพูดไม่ได้
ดีแลน ฟอร์เรสเตอร์ (Scott Eastwood) อดีตหน่วยรบซีลผู้มีปัญหาทางจิตได้ตัดสินใจแหกทัณฑ์บนไปงานศพน้องชายที่เกาะการ์เดี้ยน แล้วที่นั่นก็ดันมีผู้ร้ายกลุ่มหนึ่งบุกไปจับคนในงานเพื่อตามหาอะไรบางอย่างที่น้องของดีแลนซ่อนไว้ เขาเลยต้องหาทางช่วยผู้คน รวมถึงไขปริศนาว่าน้องชายซ่อนอะไรเอาไว้กันแน่
ก่อนดูหนังเรื่องนี้ผมตั้งใจสูดหายใจลึกๆ 3 หน แต่พอรู้ตัวอีกทีนี่ผมน่าจะสูดไปเป็นสิบหนน่ะครับ ในหัวนี่ล้างสมองล้างความคาดหวังทุกอย่างแล้วคิดว่าดูหนังแอ็คชั่นแฟนตาซีสักเรื่องหนึ่ง โดยพยายามไม่นึกถึงเซนต์เซย่า
ว่าตามจริง Once Upon a Time in Venice น่าจะออกมาสนุกครับถ้าไปอยู่ในมือของผู้กำกับที่มือแม่นๆ สักหน่อย
ผมสนใจหนังเรื่อง Way Down นี้ด้วย 2 เหตุผลใหญ่ๆ ครับ เหตุผลแรกคือมี Freddie Highmore หรือคุณหมอฌอนแห่ง The Good Doctor มาร่วมแสดง และอีกเหตุผลคือหนังว่าด้วยการโจรกรรมล่าสมบัติครับ แบบนี้เข้าทางผมอยู่แล้ว
แม้หนังระยะหลังๆ ของพี่ Nicolas Cage จะไม่ค่อยเข้าตา แต่ผมก็ยังตามไปดูเสมอครับ อารมณ์เหมือนเป็นคนรู้จักเก่าแก่ที่ติดตามกันมานาน ยังไงใจก็ยังนึกถึงและพร้อมจะแวะไปให้กำลังใจเสมอหากมีโอกาส
มาร์นีย์ วัตสัน (Famke Janssen) โดนสามี (Michael Paré) ทารุณกรรมจนในที่สุดเธอก็ฆ่าเขาตายและเธอก็ถูกตัดสินให้รับโทษโดยการจองจำเธอไว้ในบ้านของเธอเอง (บ้านหลังที่เธอฆ่าสามีนั่นแหละ) และห้ามเธอออกไปไหนจนกว่าจะพ้นกำหนดโทษ
ตามดูเรื่องนี้ก็เพราะเป็นหนังที่สร้างจากเรื่องของ Clive Barker เจ้าของเดียวกับที่ผลิตผลงานหนังสยอง (ที่ผมชอบมากๆ) อย่าง Hellraiser นั่นเองครับ โดยเรื่องนี้เขาก็ลงมือกำกับเองด้วย
ขอแบ่งการพูดถึง Taken 3 ออกเป็น 2 ช่วงนะครับ ช่วงแรกเป็น Softcore อ่านเบาๆ และช่วงหลังเป็น Hardcore ขอจัดเต็ม 555
การท่องคาถา “อย่าคาดหวังมากนะเออ” ถือเป็นเคล็ดที่ขาดไม่ได้ยามจะดูหนังภาคต่อสักเรื่อง โดยเฉพาะภาคต่อที่ภาคแรกดันทำไว้เทพมากๆ