ก็เป็นภาคต่อแบบลงวีดีโอครับ และเนื้อเรื่องก็ Prequel หรือภาคก่อนหน้าภาคแรกนั่นเองครับ
ก็เป็นภาคต่อแบบลงวีดีโอครับ และเนื้อเรื่องก็ Prequel หรือภาคก่อนหน้าภาคแรกนั่นเองครับ
ช่างภาพสาว ดอนน่า วอร์ฮีส์ (Ariana Richards) ติดเชื้อมนุษย์หมาป่ามาแล้วเธอก็มาแปลงร่างตอนอยู่สนามบินในนิวยอร์กอันส่งผลให้มีคนอีกเพียบที่ติดเชื้อนี้ซึ่งทางการก็พยายามกักกันพวกเขาเอาไว้ แต่ประเด็นคือในขณะที่ผูพันไบรอัน ฮอฟฟ์แมน (Craig Sheffer) ต้องการจะรักษาคนกลุ่มนี้ แต่ท่านนายพลมอนนิ่ง (Dennis Haysbert) กลับอยากได้ตัวคนเหล่านี้เอาไว้ใช้ทางการทหาร งานนี้ก็เลยต้องมีงัดกันครับ
พูดแบบไม่อ้อมค้อมคือค่อนข้างเฉยกับภาคนี้ครับ ไม่ได้รู้สึกสนุกหรือครื้นเครงแบบที่มักจะรู้สึกเสมอยามดู Ghostbusters ภาคก่อนๆ
ระหว่างดู Ghostbusters: Afterlife ใจก็คิดครับว่าโจทย์ในการทำหนังภาคต่อประเภทที่ระยะห่างระหว่างภาคก่อนกับภาคนี้ยาวนานเกิน 10 ปีขึ้นไป มันย่อมต่างจากการทำภาคต่อแบบห่างกันแค่ไม่กี่ปี
อีกหนึ่งหนังวันคริสต์มาสในความทรงจำครับ ได้ดูครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. 2547 ในรูปแบบวีดีโอ (แน่นอนว่าสมัยนั้นต้องมาจากบริษัท CVDI) ดูแล้วประทับใจครับ ที่ประทับใจอย่างแรกเลยคือหนังพากย์ไทยนำโดย พี่จักรกฤษณ์ หาญวิชัย ซึ่งเป็นอะไรที่เซอร์ไพรส์มาก เพราะนี่เป็นหนังลงวีดีโอน่ะครับ แต่ได้พี่เขามาพากย์พร้อมทีมงานครบเซ็ท
Wesley Snipesรับบท มาร์คัส โจนส์ เจ้าหน้าที่หน่วยพิเศษระดับพระกาฬที่ได้รับมอบหมายให้แทรกซึมไปอยู่ข้างกายพ่อค้าอาวุธ เพื่อจะได้วางแผนจับมันทั้งขบวนการ
ผมหาหนังเรื่องนี้มาดูเพราะภาค 2 ของหนังมาออกแผ่นในบ้านเรา ก็เลยอยากดูภาคแรกก่อนสักหนน่ะครับ จะได้ครบชุดกันไป
เคยดูหนังสารคดีแล้วน้ำตาซึมด้วยความรู้สึกอิ่มเอม-Touching บ้างไหมครับ… ผมเคยแล้วหลายครั้ง และหนึ่งในนั้นก็คือเรื่องนี้นี่แหละ (ก็ไม่นึกเหมือนกันว่ามันจะมี Part ที่ทำให้เราน้ำตาซึมได้)
3 จุดที่ผมว่า Work สุดๆ ใน Dragonball Evolution ได้แก่
แม้ภาคนี้คะแนนนิยมจะลดลงจากภาคแรก และรายได้ก็ไม่มากเท่าไร แต่ผมกลับโอเคกับภาคนี้แฮะ