The Lost City เรื่องนี้ตั้งใจจะดูเพื่อผ่อนคลายเลยครับ ไม่คาดหวังอะไรมาก ขอเพียงดูสนุกเพลินก็พอ แล้วผลที่ได้ก็ตามนั้นครับ
The Lost City เรื่องนี้ตั้งใจจะดูเพื่อผ่อนคลายเลยครับ ไม่คาดหวังอะไรมาก ขอเพียงดูสนุกเพลินก็พอ แล้วผลที่ได้ก็ตามนั้นครับ
The Woman in Black คือวรรณกรรมสยองขวัญแนวโกธิคสุดคลาสสิกของอังกฤษครับ เคยถูกสร้างเป็นหนังทีวีมา 1 รอบเมื่อปี 1989 และถูกนำไปทำเป็นละครเวทีซึ่งได้รับความนิยมอย่างมหาศาลทีเดียว
Horns จะว่าไปก็ดูเพลินดีนะครับ รสชาติมันผสมๆ ระหว่างสยองขวัญ ระทึกขวัญ แล้วก็ตลกร้าย แม้อาจไม่ถึงกับกลมกล่อมไปเสียทั้งหมด แต่หนังก็มี “รสชาติความแปลก” แทรกลงมาให้รู้สึกโอเคกับมันได้อยู่ (หมายถึงถ้าเราชอบรสแปลกๆ นั่นน่ะนะครับ)
ที่เขาว่ากันว่า “ความคิดมีผลต่อทิศทางของชีวิตเรา” นั้น ถือว่าจริงไม่ใช่น้อยเลยครับ
ภาคต่อที่ผมได้ทำการเผื่อใจไว้ตั้งแต่ก่อนดูว่าอาจจะไม่ได้อร่อยลิ้นหรือเพลิดเพลินเท่าภาคแรก ครั้นพอได้ดูแล้วก็รู้สึกว่าหนังทำได้ไม่เลวครับ แต่ก็ยังชอบภาคแรกมากกว่าอยู่ดี
What If ชวนให้นึกถึงหนังแนวเพื่อนแอบรักเพื่อนอย่าง When Harry Met Sally ซึ่งจุดที่จะทำให้หนังสนุกก็อยู่ที่ว่า “บทสนทนาระหว่างพระเอกนางเอกจะออกรสอร่อยไหม”
มาแล้วนะครับสำหรับการผจญภัยตอนที่ 6 ของพ่อมดน้อยที่โตเป็นหนุ่มเรียบร้อย แฮร์รี่ พอตเตอร์… เฮ่อ อีกสองภาคก็จบแล้วสินะ เวลาผ่านไปเร็วใช้ได้เหมือนกันนะครับเนี่ย
หนังเรื่องนี้มีความเข้มข้นในระดับหนึ่งครับ เพียงแต่สำหรับผมแล้ว สิ่งที่หนังตอบโจทย์จริงๆ ต้องยกให้เนื้อหา ยกให้ข้อมูลน่าสนใจที่หนังนำเสนอ ในขณะที่ตัวหนังก็ถือว่าโอเค เป็นดราม่าทริลเลอร์ที่น่าพอใจ
บทที่ห้าของพ่อมดน้อยแฮร์รี่ที่หลายคนคอย ผมก็คอยครับ ตัวอย่างที่ตัดต่อมาก็ทำท่าว่าจะมันส์ ซึ่งผมก็อ่านนิยายจบไปนานแล้ว จากเดิมที่ตั้งใจไว้ว่าจะไม่อ่าน จนกว่าจะออกครบ 7 เล่ม (ซึ่งตอนนี้ออกครบเรียบร้อย) ปรากฎว่าพอดูหนังภาคสามแล้วตบะกระจุย เนื่องจากประเด็นหลักๆ โดนตัดไปหมด ผมเลยไปยกมาจากงานสัปดาห์หนังสือทันที
และแล้วการปลุกตำนานแฟรงเกนสไตน์ใ […]