ดูจบไปอีก 1 ปีครับสำหรับสารคดีรวมเรื่องแปลกแสนสนุกชุดนี้
ดูจบไปอีก 1 ปีครับสำหรับสารคดีรวมเรื่องแปลกแสนสนุกชุดนี้
ดร.สตีเวน มิลส์ (Dan Aykroyd) ได้ทำการทดลองยิงลำแสงพลังสูงไปโดนเอาดาวดวงหนึ่งเข้าแบบไม่ตั้งใจ ส่งผลให้ดาวดวงนั้นเกิดปัญหาครับ ชาวดาวนั้นเลยได้ส่งเซเลสต์ (Kim Basinger) มายังโลกเพื่อเกลี้ยกล่อมตะล่อมให้สตีเวนยิงลำแสงไปที่ดาวดวงนั้นอีกหนเพื่อแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น
สารคดีแนว “แปลกแต่จริง + เชื่อหรือไม่” จาก History Channel ครับ
พูดแบบไม่อ้อมค้อมคือค่อนข้างเฉยกับภาคนี้ครับ ไม่ได้รู้สึกสนุกหรือครื้นเครงแบบที่มักจะรู้สึกเสมอยามดู Ghostbusters ภาคก่อนๆ
Tommy Boy ถือเป็นผลงานแจ้งเกิดเรื่องสำคัญของดาราตลกร่างท้วมจากสำนัก Saturday Night Live อย่าง Chris Farley ครับ ซึ่งก็บอกตรงๆ ว่ายังรู้สึกเสียดายนายคนนี้อยู่ไม่หาย เพราะแม้จะได้เกิดเต็มตัวจากหนังเรื่องนี้ แต่เพียง 2 ปีหลังจากนั้นเขาก็จากโลกนี้ไป (อันเนื่องมาจากยาเสพติดน่ะครับ)
ระหว่างดู Ghostbusters: Afterlife ใจก็คิดครับว่าโจทย์ในการทำหนังภาคต่อประเภทที่ระยะห่างระหว่างภาคก่อนกับภาคนี้ยาวนานเกิน 10 ปีขึ้นไป มันย่อมต่างจากการทำภาคต่อแบบห่างกันแค่ไม่กี่ปี
ดูแล้วสมหวังจริงๆ ครับสำหรับ Pixels
ตอนได้ข่าวว่า Tate Taylor แห่ง The Help จะมากำกับเรื่องชีวิตของเจมส์ บราวน์ เจ้าของฉายาเจ้าพ่อแห่งเพลงโซล (Godfather of Soul) ความสนใจก็ไหลมาเทมาทีเดียวครับ เพราะ Taylor ทำ The Help ไว้ดีมากๆ
Tammy หนังฮาตามสไตล์เจ๊ Melissa McCarthy ที่จะว่าไปแล้วผลงานเธอทำเงินทำทองเกือบทุกเรื่องเลยนะครับ เพราะยอมรับเลยว่าคาแรคเตอร์ของเจ๊แกแน่จริงๆ มักจะทำให้หนังฮาแบบไม่เลอะ แล้ววันดีคืนดีก็จะมีดราม่าเล็กๆ แทรกลงไป ตามด้วยสาระสอนชีวิตแบบเล็กๆ น้อยๆ ผสมลงไปด้วย
การนั่งดูหนังเรื่องนี้ถือเป็นการเช็คสภาพความแก่ของตัวเองได้เลยนะครับ