เมื่อ บัดดี้ “เอซ” อิสราเอล (Jeremy Piven) ตัดสินใจจะมาเป็นพยานเพื่อเล่นงานมาเฟียใหญ่ เขาก็เลยกลายเป็นคนที่มีค่าหัวระดับ $1 ล้านเหรียญ ซึ่งมันก็มากพอที่จะทำให้สารพัดนักฆ่าตรงดิ่งมาเพื่อเก็บเขาให้ได้
เมื่อ บัดดี้ “เอซ” อิสราเอล (Jeremy Piven) ตัดสินใจจะมาเป็นพยานเพื่อเล่นงานมาเฟียใหญ่ เขาก็เลยกลายเป็นคนที่มีค่าหัวระดับ $1 ล้านเหรียญ ซึ่งมันก็มากพอที่จะทำให้สารพัดนักฆ่าตรงดิ่งมาเพื่อเก็บเขาให้ได้
The Contractor เป็นอีกเรื่องที่ผมคงไม่ร่ายยาวครับ เพราะหนังไม่มีอะไรเท่าที่ควร
สิ่งที่ผมกำลังจะพูดต่อไปนี้ ผมว่าผมพูดมาแล้วหลายรอบครับ และคงจะได้พูดอีกไปเรื่อยๆ ตราบเท่าที่ยังดูหนังอยู่ นั่นก็คือ “บางทีคนดูหนังก็ไม่ได้ต้องกาอะไรที่แปลกใหม่หรอกครับ บางทีแค่หนังเอาสูตรเดิมๆ มาเล่าให้เข้าท่า ดูแล้วเพลินตอบโจทย์ แค่นี้ก็โอแล้ว”
ตลอดการดูหนังเรื่องนี้ ในหัวผมจะมีคำๆ หนึ่งผุดขึ้นมาอยู่เป็นระยะๆ นั่นคือคำว่า “ผมเข้าใจนะ ผมเข้าใจ”
Horrible Bosses 2 ถือเป็นภาคต่อที่ดูเพลินไม่หยอกครับ แม้หลายอย่างจะลงล็อคเดิม ดาราทีมเดิมเป็นส่วนใหญ่ และในบางจังหวะหนังอาจดูช้าๆ ไปบ้าง แต่โดยรวมแล้วก็ถือว่าสนุก คลายเครียดให้กับผู้ชมได้ไม่เลว
Into the Woods ทำให้ผมนึกถึง Sweeney Todd โดยเฉพาะในส่วนของทำนองเพลง ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องแปลกครับ เพราะหนังทั้ง 2 เรื่องต่างก็มีคนประพันธ์เพลงชื่อ Stephen Sondheim เหมือนกัน
ออกตัวก่อนครับว่าชอบแจ็ค ไรอันมาก ดูหนังครบทุกภาค อ่านนิยายครบทุกเล่ม ซึ่งเรื่องราวของแจ็ค ไรอันนั้นมีเสน่ห์เฉพาะตัวนะครับ มันจะไม่เน้นแอ็กชันแบบเจมส์ บอนด์ แต่จะออกแนวกรองข่าว วิเคราะห์ข้อมูล ตีความการกระทำของบุคคลสำคัญในประเทศต่างๆ
พูดได้เต็มปากว่าเรื่องนี้ทำออกมาได้เข้มข้น ขึงขัง มีพลังโดนใจผมแบบสุดๆ ครับ จริงๆ ตอนแรกก็กะแล้วล่ะว่าคงชอบ แต่ไม่นึกว่าจะชอบมากขนาดนี้ ถึงขั้นดูจบแล้วอารมณ์ไม่จบทีเดียว
ด้วยความที่หนังว่าด้วยโลกซึ่งไร้ผู้คนหลังเกิดภัยพิบัติ อีกทั้งชื่อ Z ก็อาจทำให้หลายคนคิดไปถึงซอมบี้ ก็เลยต้องบอกกันก่อนครับว่าหนังไม่มีซอมบี้หรือปีศาจอะไรทั้งนั้น
เรื่องนี้ชอบตั้งแต่ตอนดูโรงครับ บอกตรงๆ ว่าเสียดายมากที่หนังล่ม คือหนังทำเงินไปแค่ $52 ล้านจากทั่วโลก แต่เงินที่ลงทุนไปอย่างต่ำคือ $80 ล้าน แน่นอนครับว่าเจ๊งสนิท