ปกติแล้ว เวลาผมดูหนังสงคราม มันมักจะเกิดความรู้สึกอึดอัดครับ ไม่ค่อยสบายใจเท่าไรที่ต้องเห็นคนด้วยกันมารบราฆ่าฟัน ไม่ว่าจะเพื่อแย่งชิง เพื่ออุดมการณ์ หรือเพื่ออะไรก็ตาม… เห็นคนต้องมาตาย ยังไงก็รู้สึกสลดครับ
ปกติแล้ว เวลาผมดูหนังสงคราม มันมักจะเกิดความรู้สึกอึดอัดครับ ไม่ค่อยสบายใจเท่าไรที่ต้องเห็นคนด้วยกันมารบราฆ่าฟัน ไม่ว่าจะเพื่อแย่งชิง เพื่ออุดมการณ์ หรือเพื่ออะไรก็ตาม… เห็นคนต้องมาตาย ยังไงก็รู้สึกสลดครับ
จาก Taken ถึง The A-Team และล่าสุดกับ Unknown ผมก็ขอยกตำแหน่งดาราหนังแอ็กชันที่มีผลงานมันส์แบบแฮตทริคให้กับลุง Liam Neeson ไปเลยครับ
เชอร์ล็อค โฮล์มส์ฉบับนี้ก็เป็นอีกครั้งที่นำเอานิยายชื่อเดียวกับชื่อหนังมาสร้างนะครับ พล็อตเรื่องก็คงเดิม โฮล์มส์ (Richard Roxburgh) กับหมอวัตสัน (Ian Hart) ได้รับการร้องขอจาก ดร.มอร์ติเมอร์ (John Nettles) ให้ช่วยเดินทางไปไขปริศนาคำสาปแห่งคฤหาสน์บาสเกอร์วิลล์ ที่ว่ากันว่าทายาทตระกูลบาสเกอร์วิลล์ที่กล้าเหยียบเข้าไปในคฤหาสน์ ต้องถึงแก่ความตายทุกคน
นี่คือตอนสุดท้ายของหนังชุดเชอร์ล็อค โฮล์มส์ที่นำแสดงโดย Basil Rathbone และ Nigel Bruce นะครับ เบ็ดเสร็จก็สร้างติดต่อกันมา 14 ตอนพอดี นับว่ายาวเอาเรื่อง
ตอนแรกผมนึกว่าจะเกี่ยวกับแจ็ค เดอะ ริปเปอร์ซะอีกนะครับ เพราะเนื้อหามันว่าด้วยการฆาตกรรมต่อเนื่องในกรุงลอนดอน เหยื่อก็เป็นหญิงสาว แต่พอดูแล้วก็พบว่าไม่ใช่ครับ มีแค่การพูดอ้างอิงถึงแจ็ค เดอะ ริปเปอร์นิดๆ หน่อยๆ เท่านั้น
นี่ก็เป็นการผจญภัยของโฮล์มส์เวอร์ชั่น Basil Rathbone ตอนที่ 7 แล้วนะครับ โดยครั้งนี้เขาต้องผจญภัยกับวายร้ายที่เป็นผู้หญิงครับ และยังได้รับฉายาว่าเป็น มอริอาตี้แห่งเพศหญิงอีกต่างหาก
แล้วก็มาถึงการผจญภัยสืบสวนลำดับที่ 4 ของเชอร์ล็อค โฮล์มส์ ฉบับ Basil Rathbone แล้วนะครับ โดยแนวทางของเรื่องราวก็ยังเป็นสไตล์ต่อต้านสงคราม ชวนให้รักชาติอยู่เช่นเคย และความสนุกก็ยังนับว่าพอฟัดพอเหวี่ยงกับเมื่อตอนก่อนด้วย
แม้นี่จะเป็นตอนที่ 3 ของโฮล์มส์เวอร์ชั่น Basil Rathbone แต่ก็มีความเปลี่ยนแปลงหลายอย่างเกิดขึ้นครับ
ภาค 4 ของหนังชุด Frankenstein จากค่าย Hammer Films นะครับ
นี่คือเรื่องราวตอนที่ 3 ในหนังชุด Frankenstein ที่แสนคลาสสิกของค่าย Universal Pictures นะครับ ต่อจาก Frankenstein (1931) และ Bride of Frankenstein (1935)