จำได้ว่าประมาณปี 2537 ผมได้เจอกับหนังที่เพี้ยนที่สุดเท่าที่เคยดูมา และประเด็นสำคัญคือผมดันชอบเอามากๆ ซะด้วย… หนังที่ว่าคือ มังกรหยก หยกก๊าหว่า
จำได้ว่าประมาณปี 2537 ผมได้เจอกับหนังที่เพี้ยนที่สุดเท่าที่เคยดูมา และประเด็นสำคัญคือผมดันชอบเอามากๆ ซะด้วย… หนังที่ว่าคือ มังกรหยก หยกก๊าหว่า
หนังเรื่องนี้คือหนึ่งในความผิดพลาดแห่งปีของผมเลยครับ… เปล่าครับ ไม่ใช่ดูแล้วรู้สึกพลาดนะ แต่พลาดเพราะดันไม่ได้ดูต่างหาก (ยังคงรู้สึกเศร้ามาจนถึงทุกวันนี้ 555)
ภรรยาผมพูดขึ้นหลังดูหนังเรื่องนี้จบว่า “เราไม่มีโอกาสที่จะทำให้วันไหนดีขึ้นได้ นอกจากวันนี้… ว่าอย่างนั้นมั้ย?” แล้วผมก็พยักหน้าตอบรับครับ ^_^ (บอกก่อนครับ บทความนี้ยาว เพราะหนังมันถูกจริตมากมาย)
หนังเก่าสไตล์ Blaxploitation (พระเอกเป็นคนผิวดำ) ยุคเดียวกับ Shaft ครับ โดย Isaac Hayes นำแสดง ซึ่งเขาก็เป็นคนที่แต่งและร้องเพลงธีมให้กับหนังเรื่อง Shaft นั่นแหละครับ
สำหรับผมแล้ว จุดเด่นของหนังชุด Kung Fu Panda คือภาพสวยๆ ของธรรมชาติแบบย้อนยุคแล้วก็เจือกลิ่นอายลายเส้นอันเปี่ยมเสน่ห์ของจีนน่ะครับ
ถ้าว่ากันในฐานะหนังภาคต่อแล้ว Ip Man 3 ถือว่าดูได้เรื่อยๆ สนุกไม่เลว แม้จะไม่กลมกล่อมเท่าภาคแรก แต่ก็ถือว่าดูสนุกพอใช้
ภาคแรกทำผมประทับใจไว้เยอะครับ ดังนั้นก่อนดู Pitch Perfect 2 ผมก็แอบคาดหวังเป็นธรรมดา ไหนจะโกยเงินถล่มทลายซะขนาดนั้น (แต่โดยส่วนตัวคิดว่าที่ภาคนี้ทำเงินอย่างใหญ่ ก็เพราะบุญเก่าที่ภาคแรกสะสมไว้ส่วนหนึ่ง)
สารภาพว่าทุกวันนี้ตอนเปิดอาบัติดูทีไร ผมยังขำไม่เลิกเมื่อชื่อหนังขึ้นไตเติ้ลว่า “อาปัติ” และทุกวันนี้เวลาเจอเพื่อนทีไร ก็อดไม่ได้ที่จะหยิบเรื่องนี้มาพูดแบบฮาๆ
เป็นหนึ่งในหนังที่ผมสนใจตั้งแต่ทราบพล็อตเรื่องครับ และยิ่งได้ Anna Kendrick มานำแสดงอีกก็ยิ่งน่าสนใจไปกันใหญ่ แม้ตัวอย่างจะออกมาแบบเรื่อยๆ ไม่ได้มีพลังดึงดูดแบบเต็มๆ ก็ตาม
ผมพร่ำบอกมาหลายหนแล้วว่าผมโหยหาหนังรักโรแมนติกที่เดินเรื่องง่ายๆ เนื้อหาไม่ซับซ้อน ดูแล้วอิ่มใจ และยิ้มแก้มตุ่ยก่อนจะไปใช้ชีวิตต่อหลังดูหนังจบ ยิ่งหนังเรื่องไหนดูแล้วให้อารมณ์เหมือนเราได้ร่วมรับรู้ “ช่วงหนึ่งของชีวิตใครสักคน” ก็จะยิ่งอินและยิ่มอิ่มไปกับมันครับ