เรื่องนี้ก็มันส์พะยะค่ะครับ เป็นการกลับมาที่โอเคมากของผู้กำกับ Joel Schumacher ที่หลังจากพี่แกทำ Batman & Robin ออกมาได้ไม่ดีนัก ก็แทบจะหมดอนาคตไปเลยครับ จนเรื่องนี้นี่แหละ ที่เขากลับมาคืนฟอร์มซะที
เรื่องนี้ก็มันส์พะยะค่ะครับ เป็นการกลับมาที่โอเคมากของผู้กำกับ Joel Schumacher ที่หลังจากพี่แกทำ Batman & Robin ออกมาได้ไม่ดีนัก ก็แทบจะหมดอนาคตไปเลยครับ จนเรื่องนี้นี่แหละ ที่เขากลับมาคืนฟอร์มซะที
พอ The Hunt For Red October ดัง โกยเงินไปเป็นร้อยล้าน ภาคสองก็เริ่มเดินเรื่องต่อทันทีครับ ซึ่งครั้งนี้แจ๊ค ไรอัน (Harrison Ford) ได้ไปขัดขวางการก่อการร้ายของพวกกองโจรไออาร์เอเข้า และเหตุการณ์นั้นทำให้ ฌอน มิลเลอร์ (Sean Bean) หนึ่งในทีมผู้ร้ายต้องสูญเสียน้องชายไป จึงทำให้ฌอนผูกใจเจ็บและพร้อมจะแก้แค้นแจ๊ค ไรอันทุกวิถีทาง ไม่เว้นแม้แต่ทำร้ายครอบครัวของแจ๊คด้วย
พอล อาร์มสตรอง (Sean Connery) ศาสตราจารย์ทางกฎหมาย ที่ได้รับการร้องขอจากบ็อบบี้ เอิร์ล (Blair Underwood) ชายผู้โดนจับกุมข้อหาฆาตกรรมเด็ก แต่บ็อบบี้ยืนยันว่าเขาไม่ได้ทำ พอลจึงเดินทางมาเพื่อสืบหาความจริงด้วยตนเอง และเขาก็ได้เจอกับนายอำเภอผู้ไม่เป็นมิตรนัก นามแทนนี่ บราวน์ (Laurence Fishburne) การสืบหาความจริงก็ดำเนินไปพร้อมกับเวลาของบ้อบบี้ เอิร์ลที่ลดลงทุกวินาที แล้วความจริงมันคืออะไร ใครคือฆาตกร โปรดติดตามครับ
สร้างมาสองภาคก็ประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี ภาคสามก็เลยเดินตามออกมาครับ
โรลลี่ เทย์เลอร์ (Bryan Brown) คือมือทำ Special Effect ให้กับหนังดังๆ มากมายหลายเรื่อง แต่งานล่าสุดของเขาคือ ช่วยตำรวจจัดฉากการฆาตกรรม และเมื่อเวลาทำภารกิจมาถึง แผนกลับผิดพลาด มีคนต้องตายไป
จากนิยายของ Robin Cook ถูกดัดแปลงและกำกับโดย Michael Crichton ผู้เขียน Jurassic Park มาสู่หนังระทึกขวัญเรื่องเยี่ยม กับเรื่องของดร.ซูซาน วีลเลอร์ (Genevieve Bujold) แพทย์สาวที่พบเงื่อนงำบางอย่างในโรงพยาบาลของเธอ เมื่อคนไข้ที่แข็งแรงหลายคนกลับตกอยู่ในสภาพโคม่าหลังจากการผ่าตัด เธอจึงรู้ว่า มีบางสิ่งไม่ชอบมาพากลเกิดขึ้นแล้ว และเมื่อเธอหาความจริง ชีวิตเธอก็เริ่มตกอยู่ในอันตรายทันที
เจค สคัลลี่ (Craig Wasson) นักแสดงผู้เป็นโรคกลัวที่แคบ หลังจากตกงานเขาก็ไม่มีเงินครับ แฟนยังมานอกใจอีก แต่ดูเหมือนสวรรค์จะเข้าข้าง เมื่อเขาได้พบกับ แซม (Gregg Henry) ชายหนุ่มอัธยาศัยดีเข้ามาทำความรู้จักและได้เสนอให้เจคมาทำงานเฝ้าห้องเช่าอยู่บนยอดหอคอยสูงเสียดฟ้า และพออยู่ๆ ไปที่นั่นเขาก็ได้ใช้ส่องกล้องแอบดูผู้หญิงสุดเซ็กซี่นางหนึ่ง ไม่นานเข้าก็ตกหลุมรักเธอและคอยติดตามเธอไปทั่ว
กับผลงานกำกับของ Brian De Palma เรื่องนี้ไม่ค่อยทำเงินเท่าไหร่ แล้วคนดูอีกหลายคนก็ไม่ชอบเท่าไหร่ด้วย แต่สำหรับผม นี่แหละหนังของ De Palma ขนานแท้ และดั้งเดิม
คราวก่อนหนังเปลี่ยนจากเดิมที่เป็นแนวสายลับมาสู่แนวสืบสวน มาภาคนี้ก็เปลี่ยนไปอีกแล้วครับ กลายเป็นบู๊เต็มตัว กำกับ โดย John Woo กับภารกิจของ อีธาน ฮันต์ (Tom Cruise) ที่ต้องไปหยุดยั้งแผนการแพร่เชื้อโรคร้ายของ ฌอน แอมโบรส (Dougray Scott) อดีตเจ้าหน้าที่ IMF ที่ผันตัวเองไปเป็นผู้ร้าย ซึ่งในครั้งนี้อีธานยังได้พบกับ เอ็นย่าห์ ฮอลล์ (Thandie Newton) อดีตแฟนสาวของฌอนผู้ซึ่งจะมารับหน้าที่เป็นนกต่อให้อีธานสามารถเข้าถึงตัวฌอน
เจมส์ เคลย์ตัน (Colin Farrell) โปรแกรมเมอร์มือดีที่วอลเตอร์ เบิร์ก (Al Pacino) เจ้าหน้าที่ CIA ระดับสูงเห็นแววความเก่ง จึงชักชวนให้มาร่วมฝึกโหดเพื่อจะได้เป็นยอดจารชนแห่ง CIA