ป้ายกำกับ: 7.5/10

Race (2016) ต้องกล้าวิ่ง

อีกหนึ่งหนังแนวสร้างแรงบันดาลใจที่สร้างจากเรื่องจริงของ เจสซี่ โอเว่น นักวิ่งผิวสีที่เดินทางไปแข่งขันกีฬาโอลิมปิกเมื่อปี 1936 ที่จัดในในประเทศเยอรมนี อันเป็นยุคสมัยที่อดอล์ฟ ฮิตเลอร์และพรรคนาซีกำลังเรืองอำนาจ

Blue Jay (2016) บลูเจย์

ดูไปดูมาหนังเรื่องนี้ทำเอาผมน้ำตาไหลครับ ไม่นึกเหมือนกันว่ามันจะทำให้เราน้ำตาหยดได้ คือไม่ถึงกับไหลพรากๆ น่ะนะครับ แต่มันเหมือนเราอินอยู่ลึกๆ แล้วพอถึงนาทีตอนท้ายๆ ที่ตัวละครเริ่มน้ำตาไหล เราก็ไหลไปกับพวกเขาด้วย

Jackie (2016) หม้ายหมายเลขหนึ่ง

หนังเรื่องนี้ผมเทใจให้การแสดงของ Natalie Portman แบบเต็มๆ ครับ คือเธอเอาทั้งเรื่องอยู่จริงๆ พลังมาเต็มตั้งแต่ต้นจนจบ (อาจจะมีช่วงที่ผ่อนบ้างอะไรบ้าง แต่ก็ไม่มากครับ) เรียกได้ว่าโดยรวมแล้วความดีงามของหนังคือ Portman จริงๆ ครับ เธอได้ใจผมไปเลย

Miss Sloane (2016) มิสสโลน เธอโลกทึ่ง

หนังจับเอาอีกมุมของโลกการเมืองมานำเสนอครับ นั่นคือโลกของ ล็อบบี้ยิสต์ (Lobbyist) ผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จมากมายในโลกแห่งการเมืองอันแสนซับซ้อน

Tangerine (2015) แทนเจอรีน

หนังอินดี้ที่ได้รับการพูดถึงไม่น้อยครับ แต่บอกก่อนว่าสไตล์มันอาจไม่เหมาะกับทุกคนนะ คือหนังทำออกมาแบบ Real และแรงในบางฉาก เรียกว่าถ้าจะดูเอาสนุกแบบหนัง Hollywood ล่ะก็ หนังอาจไม่ตอบโจทย์เท่าไร

Dredd (2012) เดร็ด คนหน้ากากทมิฬ

เป็นหนังที่ผมรู้สึกเห็นใจอย่างยิ่งครับ เพราะทีมงานตั้งใจทำ คนเขียนบทก็เตรียมงานมานาน ตัวหนังจริงๆ ก็ออกมาไม่เลว แต่หนังกลับไปไม่รอดในเรื่องรายได้

คนตัดคน (1989) God of Gamblers

ทีนี้สลับมาหนังจีนบ้างล่ะนะครับ กับยอดภาพยนตร์ที่จัดว่าเป็นต้นแบบของหนังแนวเซียนพนันยุคใหม่ของฮ่องกง จากเดิมที่หนังแนวพนันมักจะเดินเรื่องแบบเนิ่บๆ หรือไม่ก็เน้นดราม่า (แบบหนังชุดชื่อดังในอดีตอย่าง คมเฉือนคม) ก็กลายมาเป็นหนังเซียนไพ่สุดมันส์ที่แข่งกันแบบเร้าใจ งัดกลยุทธ์มาเฉือนกัน ผสมด้วยแอ็กชันและความขำ

คนกัดคน (1991) Tricky Brains

หนังสนุกยุคเก่าของ โจวซิงฉือ ที่ได้ผู้กำกับอารมณ์ดีอย่าง หวังจิ้ง (เจ้าตำรับ คนตัดคน) มาจัดการละเลงความฮา ซึ่งบอกตรงนี้เลยครับว่าฮาโคตรๆ ผมล่ะชอบสุดๆ และถือเป็นหนังเรื่องแรกที่แนะนำให้ผมรู้จักเฮียโจวแบบเต็มตัวน่ะครับ

Enter the Dragon (1973) ไอ้หนุ่มซินตึ๊ง มังกรประจัญบาน

แล้วเราก็มาถึงภาพยนตร์กังฟูที่ได้รับการยกย่องว่าเด็ดที่สุดของ บรูซ ลี แล้วล่ะนะครับ หลังจากเขาสร้างชื่อเสียงด้วยหนังฮิตติดต่อกันถึง 3 เรื่อง แล้วยังเป็นการประกาศศักดาพลังแห่งกังฟูให้ชาวโลกได้รู้จักด้วยลีลาอันน่าตื่นตาบนแผ่นฟิล์ม ในที่สุด ฮอลลีวู้ดก็เป็นฝ่ายหันหน้ามาหาเขาครับ

ไอ้หนุ่มซินตึ๊งบุกกรุงโรม (1972) The Way of the Dragon หรือ Return of the Dragon

ผลงานลำดับถัดมาที่ บรูซ ลี ลงมือกำกับและเขียนบทด้วยตัวเองครับ หลังจากความสำเร็จของหนังสองเรื่องแรก คราวนี้เฮียบรูซของเราเลยมีอำนาจในการตัดสินใจมากขึ้นครับ ในการเขียนบท เลือกโลเกชั่น ซึ่งเฮียบรูซและทีมงานก็เดินทางเสาะแสวงหาสถานที่ใหม่ๆ ที่จะเอามาใช้เป็นลานประลองฉากแอ็กชันในหนังเรื่องถัดไป