พูดควบสองฉบับเลยนะครับ (และคาดว่าปัจจุบันเราคงได้ดูกันเฉพาะฉบับใหม่น่ะแหละ) กับหนังสยองระดับตำนานเรื่องนี้ หมอผีเอ็กซอร์ซิสต์
พูดควบสองฉบับเลยนะครับ (และคาดว่าปัจจุบันเราคงได้ดูกันเฉพาะฉบับใหม่น่ะแหละ) กับหนังสยองระดับตำนานเรื่องนี้ หมอผีเอ็กซอร์ซิสต์
ชื่อเรื่องก็บอกว่ามันน่ากลัว หน้าปกก็มืดทึม แต่อย่าให้มันหลอกคุณได้ครับ เพราะมันเป็นหนึ่งในหนังเพลงสุดฮาที่น่ารัญจวนใจแบบสุดๆ
หนังเรื่องนี้ก็พลิกความคาดหมายอีกแล้วครับ ไม่ได้พลิกเฉพาะผมนะ พลิกเพื่อนๆ ผมด้วย ตอนแรกที่ตีตั๋วไปดูกันตอนมันเข้าฉายนั้นก็คิดว่าคงแค่หนังบู๊ทั่วๆ ไป แล้วเป็นไงล่ะ พอดูเสร็จ ผมกับเพื่อนๆ ก็ถึงแก่ความมันส์ถ้วนหน้าถ้วนตากันเลยทีเดียว
อีกหนึ่งผลงานมันส์ของผู้กำกับ Wolfgang Petersen เจ้าเดียวกับหนังมันส์ๆ อีกหลายเรื่อง เช่น Das Boot, In the Line of Fire, Outbreak และ The Perfect Storm
ทีนี้มาดูคนที่มาจากฮ่องกงแล้วไปรุ่งที่ฮอลลีวู้ดบ้างล่ะนะครับ เขาคือ เฉินหลง กับงานแรกแบบเต็มตัวในอเมริกาที่เล่นเอาดังไปทั้วโลกเลย กับบทลี นายตำรวจจอมวิทยายุทธที่ต้องมาจับคู่จำเป็นกับ เจมส์ คาร์เตอร์ (Chris Tucker) นายตำรวจเอลเอพีดีจอมปากมาก ในการตามสืบคดีลักพาตัวลูกสาวกงศุลฮั่น (Tzi Ma)
เจมส์ บอนด์ตอน Goldeneye และ Tomorrow Never Dies ที่ Pierce Brosnan นำแสดงนั้นล้วนเป็นบทพิสูจน์ครับว่าบอนด์ประสบความสำเร็จใจการกลับมาครองใจผู้ชมในฐานะหนังแอ็กชันแถวหน้าอีกครั้ง
เมื่อ Licence to Kill บอนด์ภาคก่อนหน้าไม่ประสบความสำเร็จเท่าใดนักในตลาดอเมริกาทำให้แผนการสร้างบอนด์ตอนใหม่ถูฏชะลอ และยิ่งชะลอหนักขึ้นไปอีกเมื่อบริษัท MGM/UA ผู้จัดจำหน่ายหนังชุดนี้มีปัญหาพิพาทกับบริษัท Danjaq ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของ EON เจ้าของสิทธิ์หนังบอนด์
เมื่อ Roger Moore อำลาบทเจมส์ บอนด์แบบแน่นอนไปแล้ว การสรรหาดาราหนุ่มคนใหม่มาสวมวิญญาณสายลับ 007 ก็เริ่มต้นอีกครั้ง โดยครั้งนี้คนที่ได้รับการทาบทามเป็นหมายเลข 1 คือ Timothy Dalton ที่ Albert R. Broccoli อยากให้มาแสดงเป็นบอนด์ตั้งแต่สมัย On Her Majesty’s Secret Service (ปี 1969 โน่นน่ะครับ) แต่ Dalton เป็นคนปฏิเสธเพราะคิดว่าตนหนุ่มเกินไปสำหรับบทพยัคฆ์ร้ายบทนี้
หลังจากเจมส์ บอนด์ตอน Moonraker ประสบความสำเร็จอย่างสูง ทำให้ผู้อำนวยการสร้าง Albert R. Broccoli รู้สึกเบาใจ คลายความกดดันที่มีในการสร้างหนังบอนด์ลงไปมาก เพราะก่อนหน้านี้เขาต้องพยายามทำบอนด์ออกมาตามกระแสเพื่อดึงความนิยม
เจมส์ บอนด์ตอนที่แล้ว (Diamonds Are Forever) ประสบความสำเร็จมหาศาล ส่วนสำคัญก็ด้วยพลังดาราของ Sean Connery ทำให้คู่หูผู้สร้างอย่าง Albert R. Broccoli และ Harry Saltzman พยายามหว่านล้อมให้เขากลับมาเล่นเป็นบอนด์ต่อไป ถึงขั้นเสนอค่าตัวให้ถึง 5.5 ล้านเหรียญ แต่คราวนี้ยังไง Connery ก็โบกมืออำลา ยืนกรานว่าจะไม่กลับมาเป็นเจมส์ บอนด์อีก