ในรอบปีที่ผ่านมา American Dreams in China คือหนังที่ทำให้ผมหัวเราะมากที่สุด หัวเราะที่ว่านี้ แบ่งเป็น 2 อย่าง…
ในรอบปีที่ผ่านมา American Dreams in China คือหนังที่ทำให้ผมหัวเราะมากที่สุด หัวเราะที่ว่านี้ แบ่งเป็น 2 อย่าง…
สำหรับผมแล้ว หนังรีเมคหรือรีบูทนั้น ที่จัดว่ามีดีเข้าเป้าจริงๆ ถือว่ามีไม่มากครับ และแทบจะไม่ต้องพูดถึงภาคต่อเลย เพราะไม่รู้กี่เรื่องต่อกี่เรื่องที่แค่ทำภาคแรกก็จอดแบบไม่ต้องแจวแล้ว หรือต่อให้ได้ไปต่อก็ตาม ก็ไม่แน่ว่าจะยืนยาวได้ถึง 3 ภาค
Trainspotting ภาคแรกถือเป็นหนังแสบระดับตำนานที่แจ้งเกิดให้กับทุกคนที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะผู้กำกับ Danny Boyle หรือดารานำอย่าง Ewan McGregor และ Robert Carlyle และทำให้คอหนังสมัยนั้นสะใจกับเรื่องราวหลุดโลกของมัน
มีหนังอยู่แนวหนึ่งที่ผมชอบเป็นพิเศษครับ นั่นคือหนังประเภทที่บอกเล่าเรื่องราวชีวิตช่วงหนึ่งของใครสักคน
ออกตัวล่วงหน้าเลยนะครับว่า ผมเป็นคนหนึ่งที่สนุกสนานกับซีรี่ส์ SatC มาแต่ไหนแต่ไร
ยังจำเกม “แส้” ได้ไหมครับ ^_^ คนรุ่นใหม่อาจจะงงว่ามันคือเกมอะไร แต่หากใครอายุ 30 อัพและเป็นเนิร์ดเกมแฟมิคอมล่ะก็ คงจำกันได้ว่ายุคหนึ่งเราเคยเรียกเกม Castlevania กันว่า “เกมแส้”
ผมมองว่าหนังเรื่องนี้ไม่เชิงเป็น Feel Good ครับ และขณะเดียวกันก็ไม่ถึงกับ Feel Real แต่มันออกแนว Feel Warm คือดูแล้วอาจไม่ถึงกับทำให้เรารู้สึกว่าโลกสวยขึ้นมาแบบทันตาเห็น แต่ดูแล้วมันอบอุ่น กินใจ ติดดิน เรียบง่าย และงดงามแบบกำลังเหมาะ
Pitch Perfect กำลังจะปิดตำนานด้วยภาค 3 ที่จะฉายปลายปีนี้น่ะนะครับ บอกตรงๆ เลยว่าผมก็ใจตุ้มๆ ต่อมๆ นะ ว่าหนังจะปิดตำนานได้ดีไหม ซึ้งไหม ว่าง่ายๆ คือแอบเอาใจช่วยอยู่ครับ เพราะลึกๆ ผมก็อยากดูแล้วได้อารมณ์ “อิ่ม” แบบตอนดู Pitch Perfect ภาคแรกอีกสักครั้ง
“การอ่านนั้นเปี่ยมคุณค่า… แต่บางครั้งการอ่านก็สร้างข้อจำกัดให้กับชีวิต แบบที่เราเอง อาจคาดไม่ถึง”
“ทำไมต้องกังวลว่าเราจะทำได้ดีหรือไม่? การไม่ได้ทำต่างหากล่ะครับ ที่น่ากังวลกว่า”