แรกเริ่มผมอยากดูหนังเรื่องนี้เพราะรู้สึกว่ามันน่าจะตอบโจทย์ที่อยู่ในใจผมครับ มันเป็นโจทย์แบบที่อาจเกิดกับคนมีอายุนิดๆ ได้ทุกเมื่อ
แรกเริ่มผมอยากดูหนังเรื่องนี้เพราะรู้สึกว่ามันน่าจะตอบโจทย์ที่อยู่ในใจผมครับ มันเป็นโจทย์แบบที่อาจเกิดกับคนมีอายุนิดๆ ได้ทุกเมื่อ
ไบรอัน โอ คอนเนอร์ (Paul Walker) กลับมาอีกครั้งครับ หลังจากคราวก่อนปล่อยให้โดมินิคหนีพ้นเงื้อมมือกฎหมายไป เขาเลยกลายเป็นเจ้าหน้าที่โดนบัญชีดำ
แมท ฮันเตอร์ (Chuck Norris) อดีตซีไอเอต้องมาเจอกับศึกใหญ่ครั้งสำคัญ เมื่อผู้ก่อการร้ายตัวเอ้อย่างรอสตอฟ (Richard Lynch) ซึ่งเป็นคู่อาฆาตของแมท หมอนั่นก็เดินแผนร้ายคิดสร้างความวุ่นวายในอเมริกา และต้องการฆ่าแมทเพื่อขจัดเสี้ยนหนามให้สิ้นไป แต่มีหรือที่ยอดฝีมืออย่างแมทจะยอมง่ายๆ เขาจึงต่อกรขัดขวางรอสตอฟ อันนำมาสู่ความมันส์ครับ
หนังเรื่องนี้ดูเพลินกว่าที่คิดครับ มันอาจไม่ได้สุดยอดหรือห้ามพลาดอะไร แต่จัดว่าดูสนุก ครบทั้งเบาสมองและแอ็กชันผจญภัย ถ้าไม่คิดมากก็น่าจะพอใจอยู่ไม่น้อย
ความน่าสนใจของหนังเรื่องนี้คือมันดัดแปลงจากนิยายของ John le Carré ที่ก่อนหน้านี้นิยายของเขาหลายเรื่องก็ถูกทำเป็นหนัง ไม่ว่าจะ The Russia House, Tinker Tailor Soldier Spy, The Constant Gardener, The Tailor of Panama และมินิซีรี่ส์อย่าง The Night Manager
เมื่อพิจารณาจากหลายๆ องค์ประกอบเกี่ยวกับหนังก็ทำให้รู้เลยครับว่าหนังเรื่องนี้เข้าทางผมแน่นอน ทั้งเรื่องแนวลึกลับผสมสัตว์สยองที่ชวนให้นึกถึง H.P. Lovecraft บวกเข้ากับสไตล์ของผู้กำกับ John Carpenter
หนังเรื่องนี้ดูแล้วก่อให้บังเกิดอารมณ์ก้ำกึ่ง เพราะจุดที่ชอบก็มีอยู่พอสมควร แต่จุดที่รู้สึกเรื่อยๆ ก็มีอยู่ไม่น้อยเช่นกัน มันคือส่วนผสมระหว่างหนังสงครามการรบกับหนังกำลังภายในที่มีตัวละครมาประมือกันน่ะครับ
ในบรรดาดาราเด็กที่เติบโตมาพร้อมกับ Harry Potter แล้ว นอกจาก Emma Watson ที่ฝีมือเด่นจนเห็นได้ชัด ก็มี Tom Felton นี่แหละครับที่ดูน่าจับตา เอามาเป็นพระเอกหนังได้เลย เพียงแต่อาจต้องสั่งสมบารมีอีกสักนิด หรือไม่ก็รอบทที่โดนแบบเต็มๆ
สิ่งที่ดึงดูดให้ผมสนใจหนังเรื่องนี้ นอกจากจะมี Elle Fanning นำแสดงประกบกับ Jena Malone แล้ว ก็หนีไม่พ้นการนำเสนอภาพที่เล่นกับแสงสีและจัดมุมกล้องวางตำแหน่งฉากกันแบบสุดฤทธิ์ ซึ่งผลที่ได้คือภาพสวยๆ และผมเองก็ชอบหนังภาพสวยๆ แปลกๆ ประมาณนี้อยู่แล้วด้วย
ลองว่าเป็นหนังแนวหลายเรื่องสั้น in 1 นี่ผมก็ต้องหาโอกาสดูเสมอครับ เพราะมันเข้าทาง ไม่ว่าจะแนวสยองหรือแนวดราม่า-ตลก-โรแมนติกก็ตาม เพราะหนังตอนสั้นแบบนี้ มันก็มีเสน่ห์ในแบบของมัน (แบบที่หนังยาวๆ บางทีก็ทำไม่ได้)