ข้อดีประการสำคัญของการดูฉบับรีเมคนี่ก็คือ มันทำให้ผมรู้สึกชอบภาคต้นฉบับมากยิ่งกว่าเก่า
ข้อดีประการสำคัญของการดูฉบับรีเมคนี่ก็คือ มันทำให้ผมรู้สึกชอบภาคต้นฉบับมากยิ่งกว่าเก่า
คราวนี้หัวหน้า ICAC ลู่จื้อเหลียน (กู่เทียนเล่อ) ต้องมาสืบคดีฆาตกรรมที่อาจพัวพันไปถึงการพนันฟุตบอลระดับประเทศ โดยหนนี้หนังได้เพิ่มนายตำรวจหลิวเป่าเฉียง (จางจื้อหลิน) มาเป็นหนึ่งในตัวละครหลักที่ร่วมสืบคดี (แบบที่มีการขัดย้งหรือกัดกันบ้าง) ไปกับ ICAC ด้วย
ลู่จื้อเหลียน (กู่เทียนเล่อ) คือหัวหน้าหน่วย ICAC หน่วยงานที่มีหน้าที่ปราบปรามการทุจริตคอรัปชั่นทุกรูปแบบ และล่าสุดหน่วย ICAC ได้พบเงื่อนงำความเป็นไปได้ที่กลุ่มกองทุนการกุศลอาจมีเบื้องหลังที่นำไปสู่การโกงครั้งใหญ่บนเกาะฮ่องกง เขาและทีมงานจึงต้องรีบหาหลักฐานมาเล่นงานกลุ่มกองทุนนี้ ก่อนที่อะไรๆ จะสายเกินไป
ระหว่างดู X-Men ภาคนี้ผมก็นึกถึงเรื่องๆ หนึ่งขึ้นมาในหัวครับ… ผมนึกถึงประเด็นที่ว่า “ข่าวๆ หนึ่ง มีรสชาติแตกต่างกันออกไปยามที่ทีวีแต่ละช่องรายงานข่าวนั้นๆ”
ดูจบแล้วตระหนักเลยครับว่า “Men in Black ไม่ใช่หนังที่ใครจะมาทำก็ได้”
ฟังจากพล็อตแล้วทำให้นึกถึง Cube แล้วบวกด้วย Saw ครับ ว่าด้วยคนกลุ่มหนึ่งโดนพามาเล่นเกมมรณะ พวกเขาต้องไขปริศนาของแต่ละห้องให้ทันเวลาก่อนกลไกในนั้นจะออกฤทธิ์ (แบบถึงตาย)
หนึ่งในผลงานยุคแรกๆ ของ Tom Hanks ที่สมัยนั้นเขายังเป็นดาราที่เน้นแสดงหนังแนวตลกอยู่ครับ กับบท ริชาร์ด ครูสอนไวโอลินที่ถูกเข้าใจผิดว่าเป็นสายลับ เขาเลยโดนจับตาและตามล่าจนเกิดเรื่องวุ่นๆ ตามมาอีกเพียบ
ตอนแรกผมนึกว่า พยัคฆ์ตะลุยพยัคฆ์ หรือ Flying Swords of Dragon Gate เป็นการรีเมค คัมภีร์แดนพยัคฆ์ (Dragon Inn) แต่ไปๆ มาๆ มันเป็นภาคต่อครับ
ความรู้สึกที่ผมมีต่อ The Meg นั้นแบ่งออกได้เป็น 2 ครึ่งครับ นั่นก็คือครึ่งแรกกับครึ่งหลัง ซึ่งความรู้สึกที่มีต่อแต่ละครึ่งนั้นจัดว่าต่างกันพอสมควร
ไม่ว่าจะก่อนดู ระหว่างดู หรือหลังดูหนังเรื่องนี้เสร็จ ความคิดที่อยู่ในหัวผมตลอดๆ ก็คือ “นี่มัน Die Hard นี่ครับ” 555