ครับ มาต่อกันดีกว่า เล่าไม่ยาวกล่าวสั้นๆ กับหนังอีกเรื่องของพี่ Jean-Claude Van Damme นะครับ ที่พูดไม่ยาวเพราะนี่เป็นหนังเองแรกๆ ของเขาสมัยที่ยังไม่ค่อยดัง และตัวหนังเองก็หาได้น่าจดจำไม่
ครับ มาต่อกันดีกว่า เล่าไม่ยาวกล่าวสั้นๆ กับหนังอีกเรื่องของพี่ Jean-Claude Van Damme นะครับ ที่พูดไม่ยาวเพราะนี่เป็นหนังเองแรกๆ ของเขาสมัยที่ยังไม่ค่อยดัง และตัวหนังเองก็หาได้น่าจดจำไม่
ครับ ดูต่อมันสองตอนรวด จบภาค 4 ต่อภาค 5 เลย ต่อเนื่องครับ ได้อารมณ์ ได้อารมณ์จริงๆ… อารมณ์เสียอ้ะเด้ะ
ตอนแรกผมนึกว่าจะเป็นหนังฮา เพราะลุง Leslie Nielsen แห่ง The Naked Gun นำแสดง แล้วชื่อไทยยังตั้งไปเป็นแนวฮาอีกด้วย ก็นึกว่าต้องขำแน่นอนครับ แต่เอาเข้าจริงหนังดันแหวกมาแนวสืบสวน แล้วไม่ใช่สืบธรรมดามันสืบกันแบบจริงจังซะด้วย
ส่วนหนังเรื่องนี้ บอกแล้วว่าไม่มีสาระครับ ไม่ค่อยจะสนุกด้วย จึงเข้าข่ายคาบหนังมาเตือนอีกจนได้
เรามีหนังแนวนี้อีกเยอะแยะครับ แนะนำกันเท่าไหร่ก็ไม่หมดซักที (ก็คงเป็นเพราะผมดูไม่หวาดไม่ไหวไงล่ะครับ เลยมีมาเล่าตลอด)
เล่าแบบขำๆ ครับ หนังลงแผ่นทันที บ้านเราก็ออกแบบแผ่นเหมือนกัน ผมก็ดูไปเช่นกันครับ ดูในช่วงกระหน่ำไม่มีอะไรดูน่ะแหละ กับหนังสยองขวัญไล่ฆ่าตามสูตรที่แค่ฉากแรกผมก็พูดได้คำเดียวว่า “Scream นี่หว่า ”
หนังลงวีดีโอเรื่องนี้นะครับ มีการหลอกลวงชาวบ้านชาวช่องหน่อยๆ ด้วย
นี่ก็เป็นหนัง VDO ที่ผมได้ดู คืออย่างนี้ครับช่วงนั้น (ราวๆ ปี 2544) ร้าน VDO ทั้งหลายใกล้สูณพันธุ์ผมก็เลยตระเวนไปตามร้านกวาดหนังทุกเรื่องเท่าที่มือจะขนไหวเอากลับบ้านมาดูน่ะนะครับ ส่วนใหญ่จะเป็นหนังสยองขวัญซึ่งผมก็ชอบหนังแนวนี้อยู่แล้วเลยกวาดสนุกเลยครับ
หนังภาคต่อตอนที่ 9 ของ Hellraiser ที่ถือเป็นตอนต่อแบบ “กันสัญญาหมด” ครับ
นี่คือนิยายเรื่องดังอีกอันของ H.G. Wells นักเขียนแนวไซไฟระดับตำนานอีกคนผลงานดังๆ ก็ไม่ว่าจะ The Time Machine แล้วก็ The War of The Worlds ก็โคตรจะล้ำยุคเหลือเกิน ผมอ่านยังทึ่งเลยครับ คนยุคนั้นคิดได้ขนาดนี้ จินตนาการก็มหาศาล ไม่นับถือก็คงไม่ได้แล้วล่ะ