หลักๆ นี่ดูเพราะพี่ Nicolas Cage เลยครับ แต่ขณะเดียวกันก็ไม่คาดหวังมาก ครั้นพอได้ดูก็รู้สึกว่าหนังพอได้ครับ ดูเพลินๆ บันเทิงแบบไม่เลว
หลักๆ นี่ดูเพราะพี่ Nicolas Cage เลยครับ แต่ขณะเดียวกันก็ไม่คาดหวังมาก ครั้นพอได้ดูก็รู้สึกว่าหนังพอได้ครับ ดูเพลินๆ บันเทิงแบบไม่เลว
แม็ดดี้ บาร์คเกอร์ (Jennifer Lawrence) สาวแซ่บที่กำลังประสบปัญหาทางการเงิน เลยรับงานอ่อยหนุ่มเนิร์ดละอ่อน เพอร์ซี เบคเกอร์ (Andrew Barth Feldman) แล้วเรื่องวุ่นๆ น่ารักปนห่ามก็เลยตามมา
Disquiet เป็นหนังลึกลับซ่อนปริศนาหลอนๆ ครับ บอกได้คร่าวๆ ว่าถ้าใครผ่านหนังแนวนี้มาเยอะๆ ก็อาจจะเดาได้ และอาจเฉยกับหนัง ในขณะที่ผมนั้นก็ดูไปกรอไปเหมือนกันครับ เพราะจังหวะการเดินเรื่องค่อนข้างช้าไปนิด โดยส่วนตัวผมว่าหนังเหมาะกับการทำเป็นตอนสั้นๆ ลงใน The Twilight Zone น่ะครับ สัก 45 นาทีคงพอดี ทีนี้พอยืดเรื่องให้ยาวมันเลยมีส่วนเกินที่ทำให้หนังดูเยิ่อเย้อ ไม่เร้าระทึกอย่างที่ควรจะเป็น
สิ่งที่ไม่ควรเกิด มักก่อให้เกิดสิ่งที่ไม่ควรเกิด… ดังนั้นถ้าไม่อยากให้เกิดสิ่งที่ไม่ควรเกิด ก็ไม่ควรก่อให้เกิดสิ่งที่ไม่ควรเกิดตั้งแต่ต้น
ความรู้สึกที่ผมมีต่อ Wonka มันอยู่ในระดับที่เป๊ะๆ กับกับความรู้สึกที่มีต่อ Fantastic Beasts ภาคแรก เลยครับ รู้สึกว่าหลายอย่างมาทางเดียวกัน เริ่มจากบรรยากาศสภาพของเมือง ถนนหนทาง ช่องไฟต่างๆ นี่ให้อารมณ์คล้ายกัน ตามด้วยเนื้อเรื่องที่ว่าด้วยชายคนหนึ่งที่เดินทางมาจากต่างเมือง หอบกระเป๋ามาหนึ่งใบและมาพร้อมมนต์วิเศษบางอย่างที่จะสร้างผลกระทบหรือความเปลี่ยนแปลงบางอย่างให้กับเมืองแห่งนี้
ว่าตามจริงถ้าดูกันที่เนื้อเรื่องของ Haunting of the Queen Mary ถือว่ามีอะไรน่าสนใจให้ตามดูอยู่ครับ แต่ความโอเคของหนังมันมาลดลงไปก็เพราะการเล่าเรื่องที่อาจจะย้อนไปย้อนมาจนชวนมึนไปหน่อย
ว่างๆ ก็สลับมาดูสารคดีครับ ซึ่งนี่ก็เป็นอีกแนวที่ผมชอบ กับสารคดีประเภทพาไปรู้เกร็ดประวัติศาสตร์ซึ่งผมว่ามันน่าค้นหานะครับ บางเรื่องก็น่ารู้เหมือนกันว่ามีที่มาที่ไปอย่างไร และบางเรื่องพอรู้แล้วก็อดทึ่งไม่ได้ เพราะมันมีรายละเอียดที่น่าศึกษา รวมถึงบางครั้งก็บ่งบอกถึงภูมิปัญญาของคนยุคก่อนได้อย่างดี
ดูต่ออีกหนึ่งสารคดีครับ หลังจากคราวก่อนเป็นเรื่องของ Nintendo ตอนนี้ก็ได้เวลาของเรื่องเครื่องเพลย์สเตชันของ Sony แล้ว
The Story of Nintendo เป็นสารคดีที่บอกเล่าถึงประวัติศาสตร์ของนินเท็นโด บริษัทผู้สร้างเกมที่ถือเป็นแนวหน้าของวงการครับ
Totally Killer รวมเอาของชอบของผมไว้ในเรื่องเดียวครับ นั่นคือหนังแนวไล่เชือดมาบวกเข้ากับหนังไซไฟย้อนเวลา และผลที่ได้ออกมาก็สนุกใช้ได้อีกด้วย