แล้วผมก็ดูจนครบ 3 ภาคครับ สำหรับหนังชุดนักสืบไนท์เรื่องนี้
แล้วผมก็ดูจนครบ 3 ภาคครับ สำหรับหนังชุดนักสืบไนท์เรื่องนี้
สารคดีแนว “แปลกแต่จริง + เชื่อหรือไม่” จาก History Channel ครับ
ว่าตามจริงหนังเรื่องนี้ก็ออกแนว Mission: Impossible ว่าด้วยกลุ่มสายลับที่ลงสนามไปสืบเรื่องแผนค้าอาวุธ แล้วก็หาทางป้องกันไม่ให้อาวุธนั้นหลุดรอดไปอยู่ในมือของคนร้าย
หนังรักสูตรสำเร็จที่จัดว่าโอเคในแบบของมันครับ เรื่องของหญิงสาวที่ชื่อมิร่า (Priyanka Chopra Jonas) ที่สูญเสียคนรักไปเมื่อ 2 ปีก่อน แต่เธอก็ยังคงคิดถึงเขาแล้วก็ส่งข้อความไปยังเบอร์เก่าของคนรัก แต่ทีนี้เบอร์ที่ว่าน่ะมีเจ้าของใหม่แล้วครับ เขาคือ ร็อบ เบิร์นส์ (Sam Heughan) ที่ตอนแรกก็แปลกใจเหมือนกันตอนได้ข้อความ แต่เมื่อเขาอ่านข้อความที่เธอส่งมาเรื่อยๆ เขาก็เริ่มอยากรู้จักเธอ และนั่นล่ะครับคือจุดเริ่มของความรักระหว่างคนทั้งสอง
อดีตซีไอเอมือเก๋าฉายา “ช่างก่ออิฐ” สตีฟ เวล (Aaron Eckhart) ต้องลงสนามอีกครั้งเมื่อ วิคเตอร์ ราเด็ค (Clifton Collins Jr.) อดีตสหายของเขาวางแผนแบล็คเมล์ซีไอเอโดยการใส่ความว่าซีไอเออยู่เบื้องหลังการฆาตกรรมนักข่าวรายหนึ่ง งานนี้สตีฟเลยต้องหยุดแผนร้ายของเพื่อนเก่าให้ทัน ก่อนมันจะสร้างความเสียหายขนานใหญ่
4 สาวเพื่อนซี้ (Sasha Luss, Wallis Day, Isabelle Fuhrman และ Skai Jackson) ยกแก๊งกันมาเที่ยวที่เกาะภูเภ็ต แต่แล้วพวกเธอกลับต้องเจอกับพวกค้ายาครับ แล้วพวกนั้นก็จับพวกเธอคนหนึ่งไป อีก 3 คนที่เหลือเลยต้องหาทางชวนเพื่อนกลับมาให้ได้
รู้สึกอยู่ลึกๆ ว่าพันธกิจของคนทำหนังเรื่องนี้คือการแสดงให้เราเห็นถึงความชั่วร้ายโหดเหี้ยมของแดร็กคูล่า ประมาณว่าระยะหลังๆ ท่านแดร็กเริ่มถูกทำให้ออกแนวซูเปอร์ฮีโร่มากขึ้นเรื่อยๆ ในขณะที่เรื่องนี้ก็ออกมาย้ำเตือนว่าท่านแดร็กดั้งเดิมน่ะโหดร้ายเหี้ยมลึกนะ อะไรประมาณนั้น
เรื่องนี้ก็ดูแบบไม่คาดหวังครับ แต่ขณะเดียวกันในใจก็พอจะเดาอะไรๆ ได้ตั้งแต่ตอนดูตัวอย่าง ไม่ว่าจะตัวเอกที่ออกแนว Loser หน่อยๆ แล้วก็กำลังพยายามสร้างความสำเร็จให้กับชีวิตโดยการหางานดีๆ ทำ แล้วก็จับพลัดจับผลูต้องกลายมาเป็นฮีโร่แบบไม่ทันตั้งตัว
ผมจำได้ว่าก่อน The Flash จะฉายนั้นมีกระแสเชิงบวกมากมายว่าหนังสนุกมาก ดีมาก แต่พอออกฉายหนังกลับไปไม่ได้ไกล ครั้นพอได้ดูก็พอเข้าใจน่ะครับ คือหนังมันก็สนุกใช้ได้นั่นแหละ แต่มันก็ไม่ได้ว้าวอะไร คือดูสนุกตามมาตรฐานของหนังซูเปอร์ฮีโร่ – ว่าตรงๆ ก็คือ สนุกตามมาตรฐาน แต่ไม่ได้พิเศษอะไร
แม้ว่าหนังภาคนี้จะบอกว่าเป็นบทสรุปของไตรภาค แต่ผู้กำกับ Antoine Fuqua เคยให้สัมภาษณ์ไว้ครับว่าถ้าพี่ Denzel Washington แกเอ่ยปากว่าอยากทำต่อ ไม่ว่าจะภาคต่อหรือภาคก่อนหน้า (Prequel) ก็ตาม เขาก็พร้อมจะกลับมาร่วมงานด้วยเสมอครับ