เป็นหนังเรื่องแรกที่ได้ดูในปีนี้ครับ (ปี 2024) คือดูแบบไม่รู้อะไรเลย รู้แต่ว่าเป็นหนังแนวล่าหาสมบัติ ช่วงแรกๆ ก็ยังไม่อะไรมาก พอดูไปสักพักชักเพลิน ครั้นพอดูจบก็พบว่ามันเข้าท่าเหมือนกันแฮะ
เป็นหนังเรื่องแรกที่ได้ดูในปีนี้ครับ (ปี 2024) คือดูแบบไม่รู้อะไรเลย รู้แต่ว่าเป็นหนังแนวล่าหาสมบัติ ช่วงแรกๆ ก็ยังไม่อะไรมาก พอดูไปสักพักชักเพลิน ครั้นพอดูจบก็พบว่ามันเข้าท่าเหมือนกันแฮะ
รู้ว่า Family Switch เป็นหนังแนวสลับร่างสร้างรัก แต่เพิ่งมารู้ว่ามันเป็นหนังคริสต์มาสด้วยก็ตอนดูนี่แหละครับ
ระยะหลังนี่การดูหนังของพี่มาโนช (M. Night Shyamalan) สำหรับผมเหมือนการแวะไปเจอเพื่อนเก่าน่ะครับ แวะไปเยี่ยมไปหา ไปฟังเขาเล่าเรื่องแปลกๆ สไตล์ The Twilight Zone ที่บางครั้งเขาก็แต่งเอง หรือบางครั้งก็ไปฟังเขามาอีกที แล้วก็เอามาเล่าในแบบของเขา ส่วนจะสนุกมากหรือสนุกน้อยก็ว่ากันเป็นเรื่องๆ ไป
ไม่ทันไรหนังชุด Insidious นี่ก็อายุ 10 กว่าปีแล้วนะครับ และนี่คือภาคที่ 5 ครับ
ไปๆ มาๆ เหมือนว่าหนังคริสต์มาสที่ผมได้ดูในช่วงนี้เนี่ยมันจะมีอะไรให้พูดถึงเยอะกว่าที่คิด ไม่ใช่แค่ดูหนังแล้วแฮปปี้ Feel Good แล้วจบ
ผมเล็งจะดูเรื่องนี้มาหลายที และหมายมั่นว่าจะดูในตอนเช้าด้วยนะครับ เพราะเชื่อว่าหนังมันต้อง Feel Good และให้พลังกับเราได้แน่ๆ ครั้นพอดูจบผมก็เดินไปที่กระจกแล้วยิ้มให้ตัวเองหนึ่งที พลางบอกกับตัวเองว่า “ขอบคุณที่เลือกเปิดเรื่องนี้” ^_^
ผมดู 80 for Brady ตอนเช้าวันจันทร์ระหว่างออกกำลังกายครับ และถือเป็นหนึ่งในการตัดสินใจที่ถูกต้องมากๆ เพราะหนังมีความเป็น Feel Good ให้แรงบันดาลใจ ส่งให้ผมได้รับพลังบวกในวันแรกของสัปดาห์แบบเต็มๆ เลยครับ
ผมนั้นโตมากับการดูหนังจีนชุดครับ เวลาไปร้านวีดีโอนอกจากดูหนังเรื่องเดี่ยวๆ แล้วก็มักจะหอบหนังจีนชุดเรื่องที่สนใจกลับมาดูด้วย บางครั้งหอบมาทีเป็นสิบม้วนเล่นเอากล้ามขึ้นกันไปข้างหนึ่งเลย – หรือไม่บางเรื่องก็ต้องอาศัยดูทางทีวี หลังเลิกเรียนก็ต้องพยายามรีบกลับบ้านเพื่อจะได้มาดูให้ทัน นึกไปนึกมามันก็คือความสุขเมื่อวันวานน่ะนะครับ
ดู Hypnotic แล้วคิดอยู่ 2 อย่างครับ อย่างแรกคือ หนังก็โอเคนะ พอเพลินได้อยู่ และอย่างที่ 2 คือ “นี่แหละหนังของพี่ Robert Rodriguez”
นอกจากการไม่คาดหวังก่อนดูหนังสักเรื่องแล้ว การตั้งท่ารับว่าหนังจะมาแบบไหนก็มีส่วนช่วยให้เราโอเคกับหนังได้ในระดับหนึ่งครับ