เป็นหนังตลกร้ายซ่อนเงื่อนที่มันส์ใช้ได้เรื่องหนึ่งเลยครับ โดยส่วนตัวผมออกจะชอบมากพอสมควรเพราะรสชาติมันถูกปาก จังหวะการเดินเรื่องมันเร็วและมีความเจ็บแสบแทรกซึมอยู่ในเนื้อหา อีกทั้ง 2 ดารานำก็เล่นได้ลื่นมากจนน่าปรบมือเลยล่ะ
เป็นหนังตลกร้ายซ่อนเงื่อนที่มันส์ใช้ได้เรื่องหนึ่งเลยครับ โดยส่วนตัวผมออกจะชอบมากพอสมควรเพราะรสชาติมันถูกปาก จังหวะการเดินเรื่องมันเร็วและมีความเจ็บแสบแทรกซึมอยู่ในเนื้อหา อีกทั้ง 2 ดารานำก็เล่นได้ลื่นมากจนน่าปรบมือเลยล่ะ
ว่าตามจริงพล็อตหนังเรื่องนี้ไม่ได้ซับซ้อนอะไรมากครับ ผมเชื่อว่าใครที่ดูหนังแนวสืบสวนมามากๆ น่าจะเดาอะไรๆ ได้แบบไม่ยากเย็น แต่ถึงกระนั้นแล้ว Aneesh Chaganty ที่รับหน้าที่ทั้งกำกับและเขียนบท (งานเขียนบทนี่เขาร่วมกับ Sev Ohanian อีกคนครับ) ก็สามารถทำให้หนังเรื่องนี้น่าติดตามและลุ้นได้แบบกำลังดี
ภาพยนตร์เรื่องนี้… ธรรมดาอย่างยิ่ง… เรียบง่ายอย่างยิ่ง…งดงามอย่างยิ่ง… ยอดเยี่ยมอย่างยิ่ง… พอดูจบแล้ว มันทำให้ผมอิ่มเอมอย่างยิ่ง แต่ขณะเดียวกันใจก็สัมผัสได้ถึง “ความว่างของชีวิต”… พูดได้เต็มปากครับว่า ผมชอบหนังเรื่องนี้อย่างยิ่ง
ดูหนังเรื่องนี้จบแล้วรู้สึกสงสารทีมงานเลยครับ คือจริงๆ หนังมันไม่ได้แย่นะ มันเป็นหนังแนวแอ็กชันผจญภัยผสมไซไฟที่พอดูได้ แม้จะไม่ได้เจ๋งเป็นพิเศษก็เถอะ แต่ก็ไม่ได้โล่งโถงหรือน่าเบื่อหนักๆ (แบบ The Last Airbender เป็นอาทิ) แต่รายได้นี่น่าสงสารมาก ทำเงินในอเมริกาแค่ $15.9 ล้าน นี่ไม่ใช่รายได้เปิดตัวนะครับ แต่เป็นรายได้ตลอดการฉายเลย ในขณะที่ถ้ารวมทั่วโลกก็จะอยู่ที่ $83.6 ล้าน ส่วนทุนสร้างน่ะอยู่ที่ $100 ล้าน ผลเลยเจ๊งหนักเจ๊งแรงมากๆ ครับ
สำหรับผมแล้วภาคนี้กลายเป็นภาคที่สนุกน้อยสุดครับ การสืบไม่น่าติดตาม ประเด็นในเรื่องดูสะเปะสะปะ แม้จะมีโครงเรื่องหลักอยู่ก็ตาม แต่ความกลมกล่อมยังสู้ภาคแรกไม่ได้ และในแง่ดราม่าความสัมพันธ์ตัวละครแล้ว ผมว่าภาค 2 จะดูดีกว่าและมีอะไรมากกว่า
คงจะร่ายไม่ยาวสำหรับ Riverdale ปีนี้นะครับ ก่อนอื่นขอออกตัวก่อนว่าผมชอบปีแรกมากๆ ครับ ดูติดหนึบ 13 ตอนรวดเลย ครั้นมาปี 2 ความอยากดูก็ยังเยอะอยู่เช่นเดิม ครั้นพอได้ดูแล้ว ความรู้สึกมันก็เป็นดังนี้ครับ
คิท กอร์ดี้ (AnnaSophia Robb) วัยรุ่นสาวผู้มีปัญหาจนครูที่โรงเรียนรับมือไม่ไหว แล้วจากนั้นก็มีคนอ้างตัวว่ามาจากโรงเรียนแบล็ควูด สถาบันสำหรับเด็กที่มีความพิเศษไม่เหมือนใคร และโรงเรียนแห่งนี้พร้อมรับคิทเข้าเรียน
ความรู้สึกที่ผมมีต่อ The Meg นั้นแบ่งออกได้เป็น 2 ครึ่งครับ นั่นก็คือครึ่งแรกกับครึ่งหลัง ซึ่งความรู้สึกที่มีต่อแต่ละครึ่งนั้นจัดว่าต่างกันพอสมควร
ไม่ว่าจะก่อนดู ระหว่างดู หรือหลังดูหนังเรื่องนี้เสร็จ ความคิดที่อยู่ในหัวผมตลอดๆ ก็คือ “นี่มัน Die Hard นี่ครับ” 555
ฮอลลี่ วิลลิงเจอร์ (Elisabeth Harnois) ศาสตราจารย์สาวที่สวย ฉลาด แต่ยังโสดครับ แล้ววันหนึ่งเธอก็จับพลัดจับผลูไปลองเดตออนไลน์ดู เธอได้เจอกับ จอช ไรท์ (Chad Michael Collins) ชายที่ตอนเจอกันนั้นดูจะเข้ากับเธอไม่ได้สักเท่าไร แต่พอคุยผ่านออนไลน์ทีไร เธอก็จะรู้สึกดีๆ กับเขาทุกครั้ง จนเธอเองก็ชักสงสัยว่าทำไมตอนคุยในออนไลน์กับตอนเจอตัวจริงนั้น มันถึงเหมือนเป็นคนละคน