การจับพล็อตเรื่องนี้ทำเป็นหนังใหญ่ถือว่าไม่ใช่ของง่ายเลยครับ
การจับพล็อตเรื่องนี้ทำเป็นหนังใหญ่ถือว่าไม่ใช่ของง่ายเลยครับ
ผมนั้นเป็นแฟนผลงานของพี่มาโนช หรือ M. Night Shyamalan มานานหลายปีครับ แม้เรื่องก่อนๆ อย่าง The Happening จะไม่ค่อยมีคนปลื้ม แต่ผมก็ยังโอกับแนวคิดและการนำเสนอของพี่ท่านอยู่ ทว่าพอเจอเรื่องนี้เข้าก็ใบ้รับประทานเหมือนกันครับ
ภาคแรกดูแล้วว่านิ่ง ภาคนี้ดูแล้วนิ่งหนักกว่าเดิม
โจทย์สำคัญที่หนังเรื่องนี้ต้องตีให้แตกคือ ทำให้คนเชื่อให้ได้ว่าซอมบี้ก็มีหัวใจ และความรักระหว่างซอมบี้กับมนุษย์จะเกิดขึ้นได้
หนังชุดนี้กลายเป็นหลักไมล์แห่งความมันส์ไปแล้วครับ คือมั่นใจได้เลยว่าภาคต่อๆ มาต้องทำเงินและต้องออกมาน่าพอใจ ดูเอามันส์ก็ได้ ดูเอาลุ้นหรือดูรถสวยก็ได้ ดาราในเรื่องก็คัดฝีมือกันมาทั้งนั้น
ผมเพิ่งดูซีรี่ส์ชุดนี้จนจบปี 9 ไปเมื่อกี้เองครับ… จริงๆ ผมชอบซีรี่ส์ชุดนี้มาก ตีคู่กับ The Big Bang Theory เลยก็ว่าได้ และเวลาดูผมก็จะดูแบบไล่ๆ กับอเมริกาไม่นานนัก เพราะชอบน่ะครับ เลยติดงอมแงม พยายามดูให้เร็วทันใจที่สุดเท่าที่ทำได้
การเลือกว่าจะดูหนังเรื่องนี้หรือไม่ ทำได้ไม่ยากครับ แค่ลองถามตัวเองว่า “หนังที่มีชายสูงวัยคนหนึ่งไปล่องเรือกลางมหาสมุทรอินเดีย แล้วก็จำต้องสละเรือเนื่องจากมีตู้คอนเทนเนอร์ขนาดใหญ่มาพุ่งชนจนเรือรั่ว จากนั้นเขาก็ต้องพยายามเอาตัวรอดให้นานที่สุด โดยหวังว่าจะมีคนผ่านมาช่วย”
Man of Tai Chi เป็นงานกำกับของ Keanu Reeves ซึ่งผมมองว่าเป็นงานชิมลางครับ คือไม่คาดหวังแต่แรกแล้วว่ามันจะต้องเจ๋งเด็ดอะไร แค่ออกมาให้พอดูได้เรื่อยๆ ก็นับว่าโอเคแล้วล่ะ
การกลับมาคำรบ 2 ของ Percy Jackson นี่ถือเป็นการแก้มือครั้งสำคัญครับ เพราะถ้าแก้สำเร็จเราคงได้ดูภาค 3 – 4 – 5 และดีไม่ดีก็จะลากไปถึงชุดภาคต่อถัดไป (ที่แฟนนิยายน่าจะอ่านกันไปหมดแล้ว)
เป็นการจับเอา Die Hard มาเจอกับ Air Force One แล้วปรุงรสด้วย “การถล่มทำเนียบขาวเล่น” ตามสไตล์ของผู้กำกับ Roland Emmerich ที่หาพล็อตมาถล่มโลกได้บ่อยมากๆ คนหนึ่ง