จุดสำคัญที่ทำให้ผมอยากตามมาดูหนังเรื่องนี้ก็คือ Anne Hathaway น่ะแหละครับ แฮะๆ แหม ก็สวยน่ารักดีออก อิอิ แต่จริงๆ แล้วไม่ใช่หรอกครับ ผมอยากดูเนื้อเรื่องข้างในต่างหากว่าจะดีหรือไม่ แฮ่มๆๆ (ไปได้เรื่อยๆ แฮะเรา)
จุดสำคัญที่ทำให้ผมอยากตามมาดูหนังเรื่องนี้ก็คือ Anne Hathaway น่ะแหละครับ แฮะๆ แหม ก็สวยน่ารักดีออก อิอิ แต่จริงๆ แล้วไม่ใช่หรอกครับ ผมอยากดูเนื้อเรื่องข้างในต่างหากว่าจะดีหรือไม่ แฮ่มๆๆ (ไปได้เรื่อยๆ แฮะเรา)
ซูซาน จอร์แดน (Shannen Doherty) พาทีมสำรวจไปตามร่องรอยพ่อของเธอที่หายตัวไประหว่างศึกษาแกรนด์ แคนยอน ซึ่งนำพวกเขาไปสู่การผจญภัยครั้งใหญ่ เมื่อที่แห่งนั้นมีร่องรอยอารยธรรมแอซแทค และอาจเป็นที่กักปีศาจในตำนานด้วย
ผมไม่แน่ใจนะครับว่า The Chronicles of Narnia จะทำออกมาได้ครบเจ็ดเล่มตามหนังสือหรือไม่ เพราะเนื้อหามันก็จะค่อยๆ มีความหนักขึ้นตามลำดับ ยิ่งภาคสุดท้ายนี่คนทำต้องใช้กำลังภายในเยอะทีเดียว ที่จะสร้างมันออกมาให้กลมกล่อม เต็มอิ่มทางความรู้สึกและสรุปเรื่องราวอย่างบัวไม่ให้ช้ำน้ำไม่ให้ขุ่น แต่นั่นก็เป็นเรื่องของอนาคตครับ มาว่ากันถึงปัจจุบันดีกว่า เพราะบัดนี้ตำนานแห่งนาร์เนียได้เข้าล่วงเข้าสู่บทที่สองแล้ว
ในภาคแรกนั้นถือว่าเป็นหนังรักที่คนสองคนสื่อใจจนตรงกันผ่านท่วงท่าภาษากาย (หรือการเต้น) ในขณะที่ภาคสองและภาคต่อจากนี้ หนังจะเริ่มเป็นเน้นที่ลีลาการเต้นแบบเต็มตัว โดยจะมีเรื่องรักๆ ของวัยรุ่นแทรกลงมาเป็นเรื่องรอง
Eden Lake ถือเป็นหนังสยองที่ผมดูแล้วรู้สึกกลัวครับ น่ากลัวไม่ใช่น้อยทีเดียว
ได้ดูโดยบังเอิญครับ ไปเช่าหนังที่ร้านแล้วเขาก็เปิด แล้วก็น่าสนใจดี
หลังจากดู Angels & Demons และมองหน้านางเอกคนสวยอย่าง Ayelet Zurer แล้ว ในใจก็พาลคิดไปครับว่า “ไหงเธอไม่ทรงเสน่ห์เท่าใน Vantage Point หว่า”
M. Night Shyamalan ถือว่าโชคดีครับที่ได้เกิดระดับก้องโลกจากงานสยองอย่าง The Sixth Sense แต่ก็เหมือนสร้างกับดักให้ตัวเอง โดยเฉพาะการหักมุมช็อคโลกนั่นที่ทำให้ผู้ชมพากันคาดหวังว่าหนังของแกต้องใหม่ สด แปลกไปเสียทุกเรื่อง ทีนี้พอเรื่องต่อมามันไม่ได้หักมุมให้อึ้งมากมายหรือมีเนื้อหาธรรมดาๆ คนก็เลยพากันสับจนเป็นบะช่อ นึกๆ ไปก็สงสารพี่มาโนชอยู่เหมือนกันครับ
จำอารมณ์ตอนดู Gran Torino จบรอบแรกได้ครับ มันทำให้ผมสังเกต “สีหม่น” ในโลกรอบตัวได้ชัดขึ้น
ดูหนังประเภทนี้แล้วจิตไม่ปกติสุขชะมัดยาดเลยครับ