โจ แดร์โรว์ (Kevin Costner) คุณหมอประจำห้องฉุกเฉินที่สูญเสียภรรยาสุดที่รักอย่างเอมิลี่ (Susanna Thompson) ไปกับอุบัติเหตุทางรถยนต์ ขณะที่เธอกำลังเดินทางกลับมาเพื่อหลบให้พ้นจากเขตอันตราย (เนื่องจากเธอไปทำงานอาสาช่วยคนที่แดนกันดารครับ)
โจ แดร์โรว์ (Kevin Costner) คุณหมอประจำห้องฉุกเฉินที่สูญเสียภรรยาสุดที่รักอย่างเอมิลี่ (Susanna Thompson) ไปกับอุบัติเหตุทางรถยนต์ ขณะที่เธอกำลังเดินทางกลับมาเพื่อหลบให้พ้นจากเขตอันตราย (เนื่องจากเธอไปทำงานอาสาช่วยคนที่แดนกันดารครับ)
นี่เป็นหนังสยองเล็กๆ ก็จริงนะครับ แต่ผมสนใจใคร่ดูพอสมควร เพราะตัวอย่างมันออกมาน่าพรั่นพรึงดี แม้จะรู้ว่าคงไม่มีอะไรใหม่ แต่ก็บรรยากาศเล่นกับความมืดใช้ได้
นี่ไงครับต้นตำนานหนังแผ่นที่เน้นขายนางเงือก เอ้ย ผมหมายถึงขายดาราสาวน่ะนะครับ แล้วจากนั้นประเพณีทำหนังแผ่นเพื่อขาวผิวนี่ก็มากันไม่เลิก แม้แต่ปัจจุบันก็เช่นกัน
ไม่มีอะไรกวนโทสะได้มากไปกว่าการที่เครื่องคอมดันมาแฮงค์ตอนเรากำลังพิมพ์เพื่อโพสต์ลง!
ภาพยนตร์แนวแอ็กชันสไตล์ถนัดของผู้อำนวยการสร้าง Jerry Bruckheimer ว่าด้วยเจ้าหน้าที่ CIA รุ่นเก๋านามว่า โอ๊คส์ (Anthony Hopkins) ต้องสูญเสียลูกน้องมือดี เควิน โป๊บ (Chris Rock) ไป ซึ่งพอดีว่าเควินกำลังปฏิบัติการสำคัญอยู่ ซึ่งหากอยากให้ปฏิบัติการดำเนินต่อไปได้ก็มีอยู่ทางเดียวนั่นคือต้องทำยังไงก็ได้ ที่จะหาคนที่หน้าเหมือนเควินมารับช่วงต่อ
แฟรงค์ มาร์ติน (Jason Statham) คือนักรับจ้างส่งของมือหนึ่งที่มีระเบียบการทำงานอันเคร่งครัด นั่นทำให้เขาไม่เคยพลาดจนกระทั่งงานงวดล่าสุด คือการขนส่งสินค้าที่ปรากฏว่าเป็นหญิงสาวคนหนึ่ง (ซูฉี) งานนี้เขาเลยได้ไปยุ่งกับเหล่าร้ายตัวเอ้แบบไม่ทันตั้งตัว และพวกมันก็โคตรพร้อมที่จะเก็บเขาให้พ้นทาง อ้าว แต่เขาจะยอมให้มันเก็บได้ยังไงล่ะครับ งวดนี้ตื้บมือก็ต้องตื้บกลับกันล่ะ
รู้มั้ยครับว่าหนังเรื่องนี้ตอนออกฉายจะเป็นอะไรที่แปลกใหม่ใช้ได้สำหรับบ้านเรา ถ้าหากเหล่าบรรดาค่ายหนังทั้งหลายจะไม่จับเอาบรรดา Crocodile, Komodo, Python, Spider, Octopus และ Shark Attack มาขึ้นโรงใหญ่ตัดหน้าไปก่อน
อีกครั้งสำหรับหนังสยองขวัญไล่ฆ่าเกรดบีค่อนไปทางซีนะครับ คงเล่าไม่ยาวแค่เป็นฐานข้อมูลตามเคยว่าเคยมีหนังเรื่องนี้ในโลก และแน่นอนครับ มันออกเป็นแผ่นในบ้านเราเป็นที่เรียบร้อย
เฮ่อ ไม่ได้พูดถึงการ์ตูนเลย เรามาร่ายกันดีกว่านะครับ ก่อนจะเข้าเรื่องเอาโดราเอมอน 25 ตอนมาพล่ามกันเป็นเรื่องเป็นราวอีกที
ข้อดีของ Halloween ภาค H20 คือ มันทำได้ดี เฉียบขาด และสรุปเรื่องราวของหนังชุดนี้ได้อย่างดีเยี่ยม และข้อเสียของมันคือ ดันทำเงิน (55 ล้าน จากทุมสร้าง 17 ล้าน) จนผู้สร้างทำภาคต่ออีกมาอีกจนได้! เวรของกรรม