เรื่องราวของ 1900 (Tim Roth) เด็กกำพร้าที่ถูกพบบนเรือโดยแดนนี่ บู้ดแมน (Bill Nunn) กรรมกรประจำใต้ท้องเรือและเขาถูกเลี้ยงดูบนเรือตลอดเวลา ไม่เคยไปแจ้งเกิดที่เขตไหนๆ ไม่เคยแม้แต่จะขึ้นจากเรือ และ สิ่งที่เขามีคือพรสวรรค์อันสุดยอดทางด้านการเล่นเปียโน
เรื่องราวของ 1900 (Tim Roth) เด็กกำพร้าที่ถูกพบบนเรือโดยแดนนี่ บู้ดแมน (Bill Nunn) กรรมกรประจำใต้ท้องเรือและเขาถูกเลี้ยงดูบนเรือตลอดเวลา ไม่เคยไปแจ้งเกิดที่เขตไหนๆ ไม่เคยแม้แต่จะขึ้นจากเรือ และ สิ่งที่เขามีคือพรสวรรค์อันสุดยอดทางด้านการเล่นเปียโน
นี่คือภาคต่อของ The Fugitive ครับ … เปล่า ดร.คิมเบิ้ลแกไม่ได้โดนหาว่าไปฆ่าใครอีกหรอก แต่หนังจับเอาเรื่องของ แซมมวล เจอราร์ด (Tommy Lee Jones) ผู้ตรวจการสหรัฐที่กัดไม่ปล่อยคนเดิม ให้กลับมาเจอกับนักโทษหลบหนีรายใหม่ เขาผู้นั้นคือ มาร์ค เชอริแดน (Wesley Snipes) ชายผิวดำที่ต้องคดีฆาตกรรมเจ้าหน้าที่ยูเอ็น ซึ่งแน่นอนว่าแซมก็ตามไม่หยุดล่ะครับ แต่ยิ่งที่แกตามเท่าไร ก็ยิ่งพบเงื่อนงำลึกลับในคดีนี้มากขึ้นเท่านั้น
กับผลงานกำกับของ Brian De Palma เรื่องนี้ไม่ค่อยทำเงินเท่าไหร่ แล้วคนดูอีกหลายคนก็ไม่ชอบเท่าไหร่ด้วย แต่สำหรับผม นี่แหละหนังของ De Palma ขนานแท้ และดั้งเดิม
มาร์ติน เบลล์ (Ewan McGregor) ทำงานเป็นยามกะดึกประจำอาคารเก็บศพแห่งหนึ่ง แล้วคิดดูครับ พี่แกต้องอยู่ที่นั่นคนเดียว เดินท่ามกลางความมืด ตรวจห้องเก็บศพอีกต่างหาก โอย แค่นึกก็สยองแล้วครับ และสิ่งที่มาร์ตินกลัวตลอดมาตั้งแต่เริ่มทำงาน ก็เกิดขึ้นมาจนได้ นั่นก็คือ เขาอาจจะไม่ได้อยู่คนเดียวที่นั่นอ้ะดิ … แล้วใครฟะจะมาอยู่ห้องดับจิตตอนดึกๆ ดื่นๆ แบบเนี้ย
แม้นี่จะไม่ได้เป็นภาคต่อโดยตรงของหนัง The Three Musketeers ปี 1993 ก็ตามน่ะนะครับ แต่ทว่า หากจัดลำดับตามนิยายของ Alexandre Dumas แล้ว นี่ก็ถือเป็นเรื่องราวที่เกิดขึ้นต่อมาของเหล่า 3 ทหารเสือ ซึ่งตอนนี้ ออร์โธส (John Malkovich), ปอร์โธส (Gérard Depardieu) และ อารามิส (Jeremy Irons) ก็ได้แก่ตัวลง และปลดเกษียณตัวเองไปทำในสิ่งที่ตัวเองต้องการในบั้นปลาย ส่วนดาตาญัง (Gabriel Byrne) ก็เติบใหญ่จากทหารหนุ่มก็ได้กลายมาเป็น หัวหน้าทหารเสือ องค์รักษ์ส่วนพระองค์ไปแล้ว
ดอน ดิเอโก้ เดอลาเวก้า (Anthony Hopkins) คือโซโร ผู้พิทักษ์คุณธรรม และเป็นศัตรูกับดอน ราฟาเอล มอนเตโร่ (Stuart Wilson) ทรราชผู้กดขี่ข่มเหงชาวบ้าน แต่แล้วดอนดิเอโก้เกิดพลาดท่าจนถูกจับได้ และถูกขุมขังอยู่หลายสิบปี
ฮีโร่คนต่อมาคือเขาผู้นี้ เบลด (Wesley Snipes) คนครึ่งแวมไพร์ที่ทำหน้าที่ไล่สังหารแวมไพร์ชั่วร้ายทั่วหล้า โดยเบลดมี อับราฮัม วิสเลอร์ (Kris Kristofferson) เป็นผู้ช่วย และครั้งนี้ศัตรูของเบลด คือ ดีคอน ฟรอสต์ (Stephen Dorff) แวมไพร์เลือดร้อนที่ต้องการจะรวบอำนาจแห่งอาณาจักรแวมไพร์ทั้งหมดมาเป็นของ ตนเพียงผู้เดียวแล้วหลังจากนั้นมันก็จะครองโลกต่อ งานนี้เบลดต้องฆ่ามันสถานเดียว
ภาคที่ 5 ก็เป็นเรื่องของเด็กกลุ่มหนึ่งที่เดินทางไปเจอกับเหล่าเด็กนรกนี่พอดี ก็แน่ล่ะครับ ต้องมีการต่อสู้เกิดขึ้น ซึ่งภาคนี้ก็ไม่มีอะไรนัก
ท็อดด์ บาวเดน (Brad Renfro) นักเรียนหนุ่มที่ได้ไปรู้โดยบังเอิญว่า เคิร์ต ดุสเซนเดอร์ (Ian McKellen) ชายชราข้างบ้าน คืออดีตอาชญากรนาซีที่หลบหนีมา
ภาคต่อครับ 18 ปีหลังจากภาคแรก หลังจากภารกิจจากพระเจ้าในงวดก่อน เอลวู้ด (Dan Aykroyd) ก็ได้ออกจากคุกมา แต่ก็ต้องมาพบกับข่าวร้ายว่า เจค พี่ชายของตนได้เสียชีวิตไปแล้ว (ซึ่งก็เพราะ John Belushi ได้เสียชีวิตไปแล้วจริงๆครับ)