ไมเคิล โนเรลล์ (Tony Goldwyn) ได้กลายเป็นพยานฆาตกรรมแบบไม่ตั้งใจครับ
ไมเคิล โนเรลล์ (Tony Goldwyn) ได้กลายเป็นพยานฆาตกรรมแบบไม่ตั้งใจครับ
จอร์จ เมอร์ริล (Jerry Trimble) พลั้งมือฆ่าคนตาย ทำให้เขาถูกส่งเข้าคุกที่ได้ชื่อว่าสุดโหด มีคนต้องการจะเล่นงานเขาเต็มไปหมด เขาเลยต้องงัดวิชาป้องกันตัวที่มีอยู่มาปกป้องชีวิตตนเอง
เมื่อเหล่าทหารรับจ้างยืดรถไฟที่มีอาวุธนิวเคลียร์แล้วบ่ายหน้าตรงไปยังยุโรป มัลคอล์ม ฟิลพ็อต (Patrick Stewart) เจ้าหน้าที่องค์กร U.N.A.C.O. (United Nations Anti Crime Organization) จึงได้รวบรวมเจ้าหน้าที่มือดีนำโดย ไมค์ เกรแฮม (Pierce Brosnan) มาลงสนามเพื่อหยุดยั้งหายนะครั้งนี้ให้จงได้
เอาจริงๆ ผมอาจไม่ถึงขั้นเป็นแฟนพันธุ์แท้ของ Frasier นะครับ คือดูครบหมดทั้ง 11 ปีนั่นแหละ เพียงแต่ระดับความชอบความปลื่มอาจไม่มาก คือดูได้ เพลินๆ สนุกดี แต่ไม่ถึงขั้นประทับใจ
อีกหนึ่งผลงาน Sandra Bullock ในยุคก่อนที่เธอจะมีชื่อเสียงแบบเต็มตัวในหนัง Speed ครับ
มีคำร่ำลือว่า บูรพาไม่แพ้ ตงฟางปุ๊ป้าย (หลินชิงเสีย, Brigitte Lin) ได้เสียชีวิตที่ผาไม้ดำ… แต่ที่แห่งนั้นกลับยังมีสัญลักษณ์ของบูรพาไม่แพ้ปรากฏอยู่!
มาครับ ไล่ดูให้ครบ นี่ก็เป็นอีกเรื่องที่มีการอ้างอิงว่าเป็นภาคต่อของ เทวดาท่าจะบ๊องส์ (The Gods Must Be Crazy) ในบางประเทศ แต่แน่นอนว่าจริงๆ แล้วเรื่องนี้ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับเรื่องนั้นเลยครับ
แล้วก็มีตามมาอีกภาคจนได้ครับ คราวนี้ก็สร้างโดยทีมงานจากฮ่องกงตามเคย ผมเลยอยากจะแยกหนังชุดเทวดาท่าจะบ๊องส์นี่ออกเป็น 2 ชุดนะ ชุดแรกก็คือ 2 ภาคแรกที่สร้างโดย Jamie Uys สไตล์ก็จะเป็นอีกแบบ ส่วนชุดหลังที่บ้านเราเรียกว่าเป็นภาคพิสดารนี่ก็ให้อารมณ์ขำขันแบบหนังฮ่องกง นี่ก็จะไปอีกทางหนึ่ง
ใครชอบฟังตำนานหรือเรื่องเล่าแนวสยองก็น่าจะรู้จักกับคำว่า Doppelganger กันน่ะนะครับ สำหรับคนที่ไม่เคยทราบก็ขอบอกคร่าวๆ ครับว่า Doppelganger คือตำนานของเยอรมัน ที่ว่ากันว่าเราจะมีแฝดที่หน้าตาเหมือนเราทุกอย่างอยู่ที่ไหนสักแห่ง และแฝดนั้นมักจะมีลักษณะนิสัยใจคอที่ตรงกันข้ามกับเรา เช่นถ้าเราเป็นคนดี แฝดตนนี้ของเราก็จะชั่วร้ายเป็นต้น – อันนี้คือคร่าวๆ นะครับ เพราะแต่ละถิ่นที่ก็จะมีรายละเอียดต่างกันไป
หลังความสำเร็จแบบสุดๆ จาก Basic Instinct ทำให้หนังแนวอีโรติคทริลเลอร์ที่ถือว่าทำกันออกมาระดับหนึ่งอยู่แล้วในยุค 80 – 90 กลายเป็นบูมหนักขึ้นมาครับ มีหนังแนวนี้ผุดออกมาเพียบ และเรื่องนี้ก็เป็นหนึ่งในนั้น โดยคนที่มาแสดงนำก็คือ Sharon Stone ที่กำลังบูมมากๆ ในตอนนั้นนั่นเอง