ตอนออกแผ่นรอบใหม่ ใช้ชื่อว่า “ปราบผีมีเขี้ยว ต้องเสียวหน่อย”
ตอนออกแผ่นรอบใหม่ ใช้ชื่อว่า “ปราบผีมีเขี้ยว ต้องเสียวหน่อย”
ภาคแรกดังไปพอตัวครับ เรียกว่าทำเงิน ฮิต และยังมีการทำซีรี่ส์ตามออกมาอีกชุดหนึ่ง จากนั้นก็มีการทำตอนต่ออีก แต่ Michael J. Fox ไม่ได้กลับมาแสดงนะครับ ทีมงานเลยต้องเปลี่ยนตัวเอกเป็น ท็อดด์ ฮาเวิร์ด (Jason Bateman) ลูกพี่ลูกน้องของพระเอกภาคที่แล้ว ที่ต้องมาประสบเหตุการณ์เดียวกันเลยครับ นั่นคือถึงวัยอันสมควร แล้วร่างกายก็ค่อยๆ มีขนขึ้น กลายเป็นมนุษย์หมาป่าไปอีกราย
ถือเป็นภาพยนตร์ฟีลกู๊ดรุ่นเก่าที่ชวนให้ยิ้มได้เสมอๆ ครับ แม้อายุหนังจะ 30 กว่าปีโดยประมาณผ่านมาแล้วก็ตาม
หนังเรื่องนี้ก็มีหลายชื่อน่ะนะครับ ชื่อแรกคือ The Outing แต่ทีนี้พอออกฉายแล้วดันเจ๊ง ก็เลยมีการเปลี่ยนชื่อเป็น The Lamp ตอนออกฉายในต่างประเทศ ซึ่งตอนเข้าไทยก็ใช้ชื่อ The Lamp นี่แหละครับ
งานกำกับเรื่องแรกของ Chris Columbus แห่ง Home Alone และ Harry Potter 2 ภาคแรกครับ กับเรื่องในหนึ่งวันวุ่นๆ ของพี่เลี้ยงสาวสวย คริส ปาร์คเกอร์ (Elisabeth Shue) ที่ต้องเลี้ยงเด็กน้อย 2 หน่อ แล้วก็มีเพื่อนตัวแสบของเด็กมาแจมอีก 1
หนังมีอีกชื่อหนึ่งว่า Aerobi-cide ครับ
เรื่องนี้ถือเป็นภาคต่อของภาคหลักหนังชุด Mr.Vampire ครับ ก็จะนับว่าเป็นภาค 3 แต่หากว่ากันตามลำดับการสร้างของแฟรนไชส์ Mr.Vampire แล้ว (ประมาณว่านับรวมทั้งภาคหลักและภาคแยก) ก็จะถือว่าเป็นลำดับที่ 4 ครับ
The Lost Boys ถือเป็นของดีแห่งยุค 80 ครับ เป็นหนังแวมไพร์วัยรุ่นที่ทำออกมาได้มันส์ สยอง ตื่นเต้น และผสมอารมณ์ขันลงไปแบบพอเหมาะ เป็นอะไรที่คุ้มค่าแก่การดูมากๆ ทีเดียว
ถ้าจะไว้อาลัย Patrick Swayze โดยไม่พูดถึงหนังเรื่องนี้ เห็นทีจะไม่ครบองค์ประชุมล่ะนะครับ
ที่ยอดเขาสูงสุดของโลก มีดินแดนแห่งเทพที่เรียกกันว่า สวนดอกท้อ ที่นั่นมีเทพคู่หนึ่งอาศัยอยู่ พวกเขามีลูกน้อยน่ารักด้วยกัน และใช้ชีวิตอย่างสงบสุขเรื่อยมา แต่แล้ววันหนึ่งพญามารผู้ชั่วร้ายก็ได้บุกขึ้นมาและแย่งชิงมหาศาสตราดาบสุริยัน สุดยอดอาวุธไร้เทียมทานไปเป็นของตน ซ้ำยังสังหารเทพทั้งสอง โชคยังดีที่เด็กน้อยรอดมาได้โดยการหนีมาด้วยลูกท้อ