ครูสาวลินดา แดเนี่ยล (Donna Mills) เป็นพยานการฆาตกรรมโดยบังเอิญ และเธอก็ตกเป็นเป้าของนักฆ๋ารับจ้างที่ถูกส่งมาด้วยความเข้าใจว่าเธออาจมีสิ่งของที่พวกมันต้องการ
ครูสาวลินดา แดเนี่ยล (Donna Mills) เป็นพยานการฆาตกรรมโดยบังเอิญ และเธอก็ตกเป็นเป้าของนักฆ๋ารับจ้างที่ถูกส่งมาด้วยความเข้าใจว่าเธออาจมีสิ่งของที่พวกมันต้องการ
อาจารย์ซ่งอู่หยาง (Ku Wen Chung) ได้ส่งให้ลูกศิษย์อย่างจ้าวจื้อหาว (หลอลี่, Lo Lieh) ไปฝึกวิชากับอาจารย์ซุนจินเฟย (Fang Mien) ศิษย์พี่ของอาจารย์ซ่งเพื่อพัฒนาฝีมือก่อนลงแข่งประลองชิงเจ้ายุทธภพ แต่พอเขาเดินทางไปถึงเมืองปลายทาง เขากลับต้องเผชิญกับผู้ทรงอิทธิพลนาม เมิ่งตงซาน (เทียนเฟิง, Tien Feng) และลูกชายจอมวายร้าย เมิ่งเทียนสง (Tung Lam) ที่หมายตาตำแหน่งเจ้ายุทธภพไว้เหมือนกัน
ในสมัยราชวงศซ่ง แคว้นเซี่ยตะวันตกรุกรานบ้านเมือง ขุนศึกตระกูลหยางได้ออกรบต่อต้านทัพข้าศึกอย่างสุดกำลัง แต่แล้วแม่ทัพหยางจงเป่า (จงหัว, Tsung Hua) ก็ต้องพลีชีพกลางสนามรบ เจียวถิงกุ้ย (ฟ่านเหมยเซิง, Fan Mei Sheng) จึงรีบรุดมาแจ้งข่าวร้ายที่จวนเทียนปอ ส่งผลให้การฉลองวันเกิดของหยางจงเป่าต้องกลายเป็นวันแห่งความเศร้า
ไห่เกาฟง (Yang Chi Ching) ตัดสินใจลาออกจากราชสำนักและเดินทางกลับบ้าน แล้วก็มีข่าวลือแพร่สะพัดว่าขบวนของใต้เท้าไห่มีสมบัติล้ำค่ามากมาย เมื่อเรื่องรู้ถึงหูผู้คนก็เลยมีโจรกลุ่มต่างๆ หมายจะมาปล้น
อาร์เธอร์ บิชอป (Charles Bronson) คือนักฆ่ามืออาชีพที่สามารถจัดการเหยื่อได้ด้วยสารพัดวิธี แต่ละครั้งที่จะลงมือเขาก็จะศึกษาพฤติกรรมของเหยื่อและมีการวางแผนโดยละเอียดเพื่อไม่ให้ผิดพลาด และล่าสุดเขาก็ได้ผูกสัมพันธ์กับ สตีฟ แมคเคนน่า (Jan-Michael Vincent) ลูกชายของเพื่อนเก่า และอาร์เธอร์ก็เห็นแววของเด็กคนนี้ เลยหมายมั่นจะปั้นให้เขาเป็นผู้ช่วย – ขอเล่าแค่นี้นะครับ ที่เหลือติดตามกันต่อในหนัง
พี่หนวดหิน Charles Bronson รับบทบุรุษลูกครึ่งอาปาเช่นามว่า พาร์ดอน ชาร์โต้ เขาไปแวะบาร์แห่งหนึ่งและหวังจะดื่มสักหน่อย แต่นายอำเภอผิวขาวอย่างอีไล แซนเดอร์ (Roland Brand) ได้ทำการเหยียดหยามความเป็นอินเดียนแดงของชาร์โต้ จนในที่สุดชารืโต้ก็ยังนายอำเภอตายไป
The Magnificent Seven Ride! ภาค 4 อันเป็นภาคสุดท้ายของหนังชุดเจ็ดสิงห์แดนเสือ ว่าตามจริงตอนแรกผมยังแอบคิดน่ะนะครับว่าหนังจะออกมาแย่ไหม เพราะส่วนใหญ่หนังที่ทำออกมาหลายภาคก็มักจะสาละวันเตี้ยลงตามจำนวนภาค แต่กลายเป็นว่าหนังก็เพลินใช้ได้ – ดีไม่ดีผมอาจจะเพลินมากกว่า 2 ภาคก่อนอีกครับ (แต่แน่นอนว่าสู้ภาคแรกไม่ได้ครับ)
บนเวทีแจกรางวัลออสการ์ประจำปี 1973 มีปรากฏการณ์ที่น่าสนใจอย่างหนึ่งเกิดขึ้น นั่นคือเป็นปีที่มีหนังที่ได้รางวัลออสการ์ไปถึง 8 ตัว ซึ่งถือว่ามากที่สุดในปีนั้น แต่หนังเรื่องที่ว่าไม่ได้รางวัลในสาขาภาพยนตร์ยอดเยี่ยม… ใช่ครับ เรากำลังพูดถึงหนังเรื่องนั้นกันอยู่
จอห์น แชฟท์ (Richard Roundtree) กลับมาอีกครั้งครับ หนนี้เพื่อนของเขาโดนฆ่าตาย เขาเลยต้องโดดลงมาตามล่าหาความจริง แล้วก็พบว่าเรื่องนี้น่าจะมีพวกเจ้าพ่อขาใหญ่อยู่เบื้องหลัง
ผลงานลำดับถัดมาที่ บรูซ ลี ลงมือกำกับและเขียนบทด้วยตัวเองครับ หลังจากความสำเร็จของหนังสองเรื่องแรก คราวนี้เฮียบรูซของเราเลยมีอำนาจในการตัดสินใจมากขึ้นครับ ในการเขียนบท เลือกโลเกชั่น ซึ่งเฮียบรูซและทีมงานก็เดินทางเสาะแสวงหาสถานที่ใหม่ๆ ที่จะเอามาใช้เป็นลานประลองฉากแอ็กชันในหนังเรื่องถัดไป